Eliciting Details

posted on 05 Sep 2009 13:46 by kickapu  in Speaking

เวลาสนทนากัน เราเคยคิดบ้างไหมว่ามารยาทที่ดีของการสนทนาจำเป็นต้องทำอย่างไรบ้าง

เวลานี้จะพูดถึง Eliciting Details บ้างหล่ะ

Eliciting Detail จัดอยู่ใน Exchanging News (การแลกเปลี่ยนข่าวสาร) ที่เราจะเป็นจะต้องรู้และนำไปใช้ไม่ว่าเราจะสนทนาในเรื่องใดหรือไม่ว่าจะในภาษาอะไรก็ตาม

Elicit แปลว่า เค้น , ล้วง

To elicit details ก็หมายความว่า เค้น หรือ ล้วง เอาข้อมูลนั้นเอง

Eliciting Details เป็นมารยาทหนึ่งที่เราควรจะฝึกฝนให้ดีในการสนทนา เพราะเป็นการแสดงให้คู่สนทนาของคุณเห็นว่า คุณสนใจหรือตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูดมากแค่ไหน เป็นการถามหรือเปิดโอกาสให้ผู้พูดได้พูดต่อไป

แต่ในขณะเดียวกัน คุณจะต้องมีวิธีถามหรือล้วงเรื่องราวของคู่สนทนาอย่างมีมารยาทเช่นกัน

 

มาดูกันเลยว่า หากคู่สนทนาของคุณกำลังพูดอยู่ เราจะมีเคล็ดในการล้วง หรือ เค้น อย่างไร แต่น แตน แต๊น ...

Pikachu : Hey,Kickapu,you know ? Yesterday, A handsome guy came to talk to me! I couldn't believe it!!

ปิกั๊ชจู : เฮ้ !คิกคาปู้ นี่รู้เปล่า เมื่อวานมีคนหล่อเข้ามาคุยกับชั้นด้วยแหล่ะ แทบไม่อยากจะเชื่อเลย

Kickapu : And then what happened?

คิกคาปู้ : แล้วไงต่อหรอ (อยากรู้ๆ)

Pikachu : He said I was such a pretty girl!

ปิกั๊ชจู : เขาบอกว่าฉันน่าร๊ากกกกกกกกก

Kickapu : Are you saying that he likes you?

คิกคาปู้ : นี่เธอกำลังหมายความว่า ชายหล่อคนนั้นเค้าชอบเธอหรอ ( อิจฉา )

Pikachu : Yeah! That's it!

ปิกั๊ชจู : ช่าย แค่นั้นแหล่ะ

Kickapu : Tell me more about him.

คิกคาปู้ : เล่าเรื่องเขาคนนั้นให้ฟังอีกหน่อยได้ม๊า ...

Pikachu : Sure! He's really good at sports!

ปิกั๊ชจู : ได้อยู่แล้ว เขาเก่งด้านกีฬาหล่ะ

Kickapu : For instance?

คิกคาปู้ : อะไรบ้างหรอ

Pikachu : Such as Tennis , Football and Basketball.

ปิกั๊ชจู : ก็อย่างเช่น เทนนิส ฟุตบอล และก็บาสเก็ตบอล

Kickapu : Awesome! That's really interesting! He must be a great one.

คิกคาปู้ : เยี่ยมไปเลย น่าสนใจจัง เขาต้องเป็นนักกีฬาที่เยี่ยมแน่ๆ (แถไปงั้นแหล่ะ เอาใจเพื่อน)

Pikachu : I hope so.

ปิกั๊ชจู : ฉันก็หวังว่างั้นนะ

Kickapu : What did you mean?

คิกคาปู้ : หมายความว่าไงอ่ะ

Pikachu : I've just met him just once, so I don't know him well. Next time, I have to visit him at Gym.

ปิกั๊ชจู : ฉันพึ่งเจอเค้าเพียงครั้งเดียวเอง ก็เลยไม่รู้จักเขาดีเท่าไหร่ ครั้งหน้าจะต้องไปดูเขาเล่นที่โรงยิมซะแล้ว

Kickapu : By the way, Are you hangry?

คิกคาปู้ : แล้วเธอหิวเปล่าเนี่ย?

Pikachu : Yeah. So hangry right now! Well,may I treat you this luch?

ปิกั๊ชจู : อื้อ หิวมากแล้วหล่ะ อืม งั้นมื้อเที่ยงนี้ชั้นขอเลี้ยงเธอนะ

Kickapu : Definitely yes! Let's go outside to get something to eat!

คิกคาปู้ : แน่นอนอยู่แล้ว งั้นออกไปหาอะไรกินกันเุถอะ ( เหอๆ อยู่เฉยๆก็ได้กินของฟรี แค่ pay attention ฟังเพื่อนโม้)

 

ตัวอย่าง Eliciting Details ที่ควรรู้

And then what happened? (แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไป)

ใช้ถามถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาของเรื่องราว

 

Are you saying that ... ? (คุณกำลังพูดว่า... ใช่มั๊ย?)

Does that mean ... ? (คุณหมายความว่า ... รึเปล่า?)

เป็นการสำรวจในสิ่งที่เราได้ยิน ว่าเราเข้าใจถูกต้องรึเปล่า หรือ พูดทวนอีกครั้งในสิ่งที่คู่สนทนาพูด และแสดงให้เห็นว่า คุณกำลังฟังเขาพูดอย่างใจจดใจจ่อ (กำลัง pay attention อยู่ว่างั้นเถอะ)

 

Can you be more specific / exact? (ช่วยระบุให้ชัดเจนอีกนิดหน่อยค่ะ/ครับ)

ใช้ถามเมื่อต้องการได้ข้อมูลที่จัดเจนและละเอียดกว่านี้

 

Can you give me and example? (คุณช่วยยกตัวอย่างได้มั๊ยคะ/ครับ)

Like what? (เช่น อะไร)

For example? / For instance? (ตัวอย่างเช่น?)

ใช้ถามเมื่อต้องการตัวอย่าง

 

Go on. (พูดต่อเลย)

ใช้ถามเมื่อต้องการให้ผู้พูดได้พูดต่อไป

 

I'd like to hear more about ... (ฉันอย่างได้ยินเกี่ยวกับ ... อีกหน่อย ค่ะ/ครับ)

Tell me more about ... (บอกฉันเกี่ยวกับ ... อีกหน่อย ได้มั๊ย)

Please tell me more about ... >>> จะสุภาพกว่า

ใช้ถามเมื่อต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

 

That 's really interesting about ... ( ... น่าสนใจจริงๆเลยนะ)

ประโยคนี้เป็นการพูดที่มีความนัยแฝง บอกว่า เรื่องที่เขาพูดน่าสนใจจริงๆนะ เพื่อที่เขาอยากจะพูดให้ฟังต่อ

 

What do you mean? (คุณหมายความว่าไงหรอ)

ประโยคนี้ ก็ถามเพื่อต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเหมือนกัน

 

What is / was that like? (สิ่งนั้นเป็นอย่างไร)

ประโยคนี้ก็ด้วย ถามเพื่อต้องการข้อมูลเพิ่ม

 

ปล. ก่อนการจบบทสนทนา ควรจะมี Ending Conversation ด้วยน๊า เช่น บอกลา อะไรทำนองนั้น เพื่อไม่ให้บทสนทนาดูแหม่งๆ หรือเยือกเย็นเหมือนภูเขาน้ำแข็ง

2 ขวบ Grammarman

posted on 02 Sep 2009 00:19 by kickapu  in Kickapu

 
Many happy returns!!
 
สุขสันต์วันเกิด
 
เย้ๆ
 
 
 
 
Grammarman became 2 years!!
 
Grammarman อายุ 2 ขวบแล้วค่ะ
 
 
ตอนนี้กำลังตั้งไข่ได้ เกือบเดินได้แล้ว
 
สรุป entries ทั้งหมด ทั้ง Published และ Draft
 
 
avatar รูปแรกของ Grammarman
 v
 v
 
avatar ปัจจุบัน
v
v
 
v
v
v
v
 
ชอบมิคะ

 
 
นี่ก็ 2 ปีแล้วสินะ
 
ดีใจจังที่อายุมากขึ้นแล้ว
 
ถึงแม้ entries ที่เขียนมาจะไม่มากเท่าไหร่
 
ถึงแม้ จำนวน Comments จะน้อยนิด
 
แต่ Grammarman ก็มีความสุขมากที่ยังมีผู้อ่าน แวะเข้่ามาอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาด
 
วันนึงเฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน ต่อวันเลย ดีใจจริงๆ
 
อยากจะบอกคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านว่า
 
entries ทั้งหมดนี้
 
Grammarman เขียนด้วยใจรัก
 
entries ทั้งหมดนี้
 
จะเก็บเอาไว้
 
ให้ผู้อ่านที่แวะเข้ามาเยือนได้ศึกษาค้นคว้า
 
ส่วน blog นี้ ต้องลุ้นกันหน่อยว่าจะ up date อะไรใหม่ๆ ต่อไปในอนาคต
 
จะมีผู้ติดตามมากน้อยแค่ไหน
 
แต่ทุกๆ entries ที่เขียนไป ขอให้รู้ว่า
 
ทำสุดความสามารถและหวังว่าทุกคนจะชอบ
 
และมีประโยชน์ไปตลอดกาลค่ะ
 
วันเกิดปีนี้ ไม่ขออะไรเป็นของขวัญ
 
ขอเพียงคุณแวะเข้ามาอ่านผลงานที่เขียน ก็ดีใจจนน้ำตาไหลแล้วค่ะ
 
 
 
ปล. บล็อคนี้ มี  *~* $treet English *~* อยู่เคียงข้าง
 
[พี่ก๋องเจ้าของ blog  *~* $treet English *~* คือ blog ร่วมอุดมการณ์ของ Grammarman]
 
[คนที่ชวนมาเขียนบล็อค]
 
ถึงพี่ก๋อง
v
v
 
"คิกคา่ปู้อยากขอบคุณพี่มาก ถ้าวันนั้นพี่ไม่ชวนมาเขียน blog นะ คงไม่มี Grammarman จนถึงทุกวันนี้
 
และขอบคุณที่ให้คำแนะนำและกำลังใจมาโดยตลอด"
 
 
ขอบคุณ exteen 
 
สำหรับ blog ที่ว่างเปล่าในวันแรก
 
แต่วันนี้กลับตรงกันข้าม ว่ามะ
 
 
ขอบคุณ blogger ทุกท่านที่สอนแต่ง blog
 
 
และ
 
ที่ขาดไม่ได้
 
ขอบคุณทุกคนที่เป็นเพื่อน blog ที่น่ารักค่ะ 
 
\(^o^)/
 
ฝากไว้อีกครั้ง banner ของบล็อคนี้
 
นี่คือหน้าตาของมัน
 
 
เพียงแค่คุณ copy code ทั้งสองอันนี้ไปใส่ในช่อง link ขอบคุณ
 
ในช่องเดียวกันและต้องติดกันด้วยนะ


<a href=http://kickapu.exteen.com/ target="_blank">

<img src="http://kickapu.exteen.com/images/hamtaro1.gif" alt="ภาษาอังกฤษสนุก จี๊ดจ๊าด...สะใจ สไตล์ Grammarman" border="0">

(ต้องจับให้ code ติดกัน)

 

ก็จะได้เจ้า hamtaro น้อยไปประดับบล็อค แถมยังประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้อีกด้วย

 ว่าคุณอยากจะแบ่งปันความรู้ และแหง๋หล่ะ

คุณเป็นแฟน Grammarman

I love Stacey

posted on 28 Aug 2009 23:09 by kickapu  in Songs
 ผู้หญิงคนนี้ชื่อ Stacey
 
เธอเป็นนักศึกษาอายุ 19 แต่มีลูกแล้ว หว๋า...
 
เธอมาจาก จากะโน
 
ฟังเธอร้องเพลงแล้วใจจะละลาย
 
 
What a wonderful world
 
 
 
ลองเปรียบเทียบกับสองคนนี้
 

Katie Melua, Eva Cassidy

 

โอ้ ไม่แพ้กันเลย แต่เค้าชอบ stacey มากกว่า 

 

เพราะเธอร้องได้สะใจกว่า

 

Trouble is a friend ^^

posted on 28 Aug 2009 17:21 by kickapu  in Songs
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าจะสวัสดีบ่อยซะเหลือเกิน
 
ทุกคนหล่ะสบายกันดีมั๊ยคะ
 
เห็นบางคนบ่นๆว่า ยุ่งบ้าง ลำบากบ้าง อุปสรรคมากมายก่ายกอง
 
มีปัญหากันมากจริงๆในแต่ละวัน
 
ใครรู้ตัวยกมือขึ้น
 
\(^o^)/
 
วันนี้ Grammarman ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
 
และก็ขอเป็นกำลังใจให้ตัว Grammarman เองด้วยที่มีอุปสรรคเป็นเพื่อนเหมือนกัน
 
แต่เราต้องผ่านมันไปให้ได้
 
 
นะคะ
 
Trouble is a friend - Lenka
 
   
 
 
Trouble he will find you, no matter where you go, oh oh
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน อุปสรรคก็จะตามเธอไปทุกที่ โอ้ โอ้

No matter if you're fast, no matter if you're slow, oh oh
ไม่ว่าเธอจะช้าหรือจะเร็ว (มันก็จะตามไป)

The eye of the storm or the cry in the morn, oh oh
 ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ยากที่โหมกระหน่ำ หรือ ความเศร้าโศกในเวลาเช้าตรู่ โอ๊ โอ

You're fine for a while but you start to lose control...
 คุณจะยอมรับมันได้เพียงประเดี๋ยว แต่ซักพักก็จะเริ่มควบคุบมันไม่ได้

He's there in the dark
มันอยู่ในความมืด

He's there in my heart
มันอยู่ในใจฉัน

He waits in the wings
มันรั้งปีกฉันไว้

He's gotta play a  part
มันเริ่มจะแสดงบทบาทของมันแล้ว

Trouble is a friend yeah trouble is a friend of mine
อุปสรรคก็คือเพื่อน ใช่แล้ว อุปสรรคเป็นเพื่อนของฉันเอง
 

Ah ooh...
 
Trouble is a friend but trouble is a foe, oh oh
อุปสรรคคือเพื่อน แต่ อุปสรรคก็คือ ศัตรู

And no matter what I feed him he always seems to grow, oh oh
และไม่ว่าฉันจะเลี้ยงมันยังไง(เอาอะไรให้มันกินหรือไม่) มันก็ดูเหมือนจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
(อุปสรรคเลี้ยงง่าย สนใจเอาไปเลี้ยงซักตัวมิก๊ะ)

He sees what I see and he knows what I know, oh oh
มันเห็นในสิ่งที่ฉันเห็น มันรู้ในสิ่งที่ฉันรู้ โอ๊ะโอ 
(โอ๊ะ โอ ด้วย)

So don't forget as you ease on down the road...
ฉะนั้น อย่าหลงลืมไปในขณะที่เรากำลังสุขสบายอยู่ที่ไหนๆ

He's there in the dark
He's there in my heart
He waits in the wings
He's gotta play a part
Trouble is a friend yeah trouble is a friend of mine
oh oh

So don't be alarmed if he takes you by the arm
เพราะฉะนั้น อย่ากลัวไปเลยนะเมื่ออุปสรรคล้อมเธอเอาไว้

I won't let him win but I'm a sucker for his charm
ฉันจะยอมให้มันชนะ แต่ ฉันจะเป็นตัวหลอกล่อมันด้วยมนต์สะกดของมันเอง
(โอ้โห ใช้อุปสรรคเป็นเครื่องมือ Good idea => พลิกวิกฤตเป็นโอกาส)

Trouble is a friend yeah trouble is a friend of mine
ah ooh

How I hate the way he makes me feel
โอย ฉันช่างเกลียดในสิ่งที่มันทำให้ฉันรู้สึกอะไรเช่นนี้

And how I try to make him leave,
แล้วฉันจะเอามันออกไปได้ยังไงนะ

I try, oh oh I try..... 
ฉันจะพยายามนะ ฉันจะพยายาม
 
(เธอก็ด้วยนะ  จากผู้แปล และผู้เพิ่มเนื้อ ก้ากๆ)
 
ปล. คนแต่งเพลงช่างให้เกียรติคุณอุปสรรคอะไรเช่นนี้ ถึงกับขนาดใช้สรรพนามเรียกคำแทนตัวว่า
"เขา"
อุปสรรค คือ he หรอเนี่ย โอ้
 
Grammarman ก็แปลซะ "มัน" เลย ขอไม่ให้เกียรติคุณอุปสรรคนะ เพราะเกลียดแทน
 
ปล. ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วสำหรับนักเรียนนักศึกษา สู้ๆนะคะ
 
 
 
เป็นอะไรกับเชิ๊บๆเนี่ย