Speaking

สำนวนติดต่อธุรกิจ

posted on 11 Aug 2011 14:09 by kickapu in Speaking
ปัจจุบันนี้ ผู้คนมากมายสนใจในการทำธุรกิจ แต่การจะทำกิจการใดๆให้ประสบผลสำเร็จนั้น ต้องขึ้นด้วยหลายปัจจัย แต่ 1 ปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยเลย นั่นก็คือ ทักษะการพูด โดยเฉพาะคนไทยก็ใช้ภาษาไทยกันคล่องอยู่แล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณมีโอกาสได้ใช้ ภาษาอังกฤษ ในการติดต่อธุรกิจกับช่าวต่างชาติเข้าแล้ว คุณจำเป็นต้องพึ่งศัพท์และสำนวนพวกนี้ เพื่อช่วยให้การสนทนาลื่นไหลและเป็นธรรมชาติดั่งมืออาชีพมากที่สุด ความประทับใจครั้งแรกนั้นสำคัญมาก แน่นอน เมื่อมีครั้งแรกแล้วอาจส่งผลให้ต้องมีครั้งต่อๆไปแน่นอนค่ะ
 
ยกตัวอย่างเป็นผู้หญิงนะคะ
 
1.การทักทาย
เมื่อมีการพบป่่ะกันครั้งแรก จะต้องมีการทักทายและแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ
Good morning. สวัสดี (ตอนเช้า)
Good afternoon. สวัสดี (ตอนบ่าย)
My name is ___________ (first and surname). ฉันชื่อ + นามสกุล
I am here today on behaft of___________ วันนี้ดิฉันเป็นตัวแทนของ___________
I am very pleased to see you all. ยินดีที่ได้พบทุกคนค่ะ
Thank you all for coming so early. ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่มาก่อนเวลา
หรือ Thank you all for attending. ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมประชุมค่ะ
 
2. เริ่มเข้าเรื่อง เกริ่นหัวข้อที่จะพูด
I am going to talk about_________________. ดิฉันกำลังจะพูดเกี่ยวกับเรื่อง__________
 
3. การแนะนำ
Please feel free to _____________.  โปรดทำตัวตามสบายที่จะ __________
ex. Please feel free to ask question at any time. โปรดถามได้ตามสบายนะคะ
 
4. ถามเพื่อความแน่ใจแบบสุภาพ
Could I _________? หรือ May I __________?
Could I just ask how long your company has been launching this product? ช่วยให้ข้อมูลได้มั๊ยคะว่าบริษัทคุณได้ออกตัวสินค้าชิ้นนี้มานานเท่าไหร่แล้ว
 
5. เริ่มหัวข้อใหม่่ต่างๆ
Let's __________.
Let's just quickly start with a brief plan for our new project next month. ต่อไปเรามาพูดคร่าวๆถึงแผนงานสำหรับเดือนหน้าดีไหมคะ
Let's move onto the next topic. เรามาเริ่มหัวข้อใหม่กันค่ะ
 
6. เรื่องที่ไม่แน่นอน
If _____________, ______________.
If we're all happy with that, why don't your people meet our people to arrange the details?
ถ้าพวกเราทุกคนรู้สึกพอใจกับหัวข้อนี้ เราจะนัดกันจัดแจงรายละเอียดอีกครั้งดีมั๊ยคะ
I would be grateful if you could give me your autograph.
ดิฉันจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่งถ้าได้รูปประจำตัวคุณสัก 1 รูป
Would you mind + v.ing? / Would you mind if ___________?
Would you mind if we scheduled an alternate date for that?
จะรังเกียจนัดวันสำรองไว้เผื่อรึเปล่าคะ
 
ถ้าไม่รังเกียจ ให้ตอบว่า No, we wouldn't. หรือ ไม่รังเกียจเลยค่ะ Not at all.
 
7. เมื่อทำตามข้อเสนอไม่ได้
Can't make + somedays / sometimes
I can't make that day. วันนั้นดิฉันเกรงว่าจะไม่ว่างค่ะ
 
8. บอกถึงการเร่งมือในการทำสิ่งนั้น
As soon as possible ให้เร็วที่สุด
The deadline's Tuesday, so we need that as soon as possible.
เราต้องส่ง(เอกสาร)ภายในวันอังคาร ดังนั้นเราจึงต้องการงานเร็วที่สุดค่ะ
 
9. บอกถึงความมั่นใจ
Sure / Absolutely
Britney Spears: Can you do that then? งั้นคุณ(รับหน้าที่นั้น)ได้มั๊ยคะ
Tata Young: Sure. No problem. ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา
 
10. เสนอปัญหา
We've got a slight situation
We've got a slight situation about the conference that I'd like to talk to you about.
เราประสบปัญหานิดหน่อยในเรื่องงานประชุมที่ดิฉันอยากจะกล่าวต่อไปนี้
 
11. การคาดเดา
estimate ถ้าเป็นกริยา ออกเสียงว่า เอ๊สทิเหมท
estimate ถ้าเป็นคำนาม ออกเสียงว่า เอ๊สทิหมิ่ท
 
12. เวลาจะแสดงอาการเข้าใจอะไรสักอย่าง
Oh
Oh, on the topic of the month's concert, could we rearrange it to next month?
โอ้ เรื่องคอนเสิร์ตเดือนนี้ เราสามารถเลื่อนไปเป็นเดือนหน้าได้มั๊ยคะ
 
13. เมื่อจบการประชุม
Many thanks for สิ่งต่างๆ
Many thanks for your attention. ขอบคุณมากที่ตั้งใจฟังนะคะ
Many thanks for your help. ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือค่ะ
 
Many thanks to บุคคล
Many thanks to all of you for this. ขอบคุณทุกคนมากสำหรับ(เรื่องนี้)ค่ะ
 
ยังมีอีกหลายสำนวนที่เรายังต้องค้นคว้าอีกนะคะ นี้เป็นแนวทางที่เราสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ
 

Assimilation in English

กลับมาอีกครั้งกับพูดภาษาอังกฤษกันเข้าไปกับ Grammarman

วันนี้อยากจะพูดถึงหลักเกณฑ์การพูดภาษาอังกฤษเร็วๆในชีวิตประจำวัน (rapid everyday speech) เพื่อทำให้ชีวิตไม่ลำบากในการปริปากออกมาแต่ละคำถ้าคิดจะพูดแบบเร็วๆ

เน้น เร็วๆเท่านั้น แบบเป็นธรรมชาติ (natural)

สำหรับใน more careful speech (หมายถึง ในการพูดสุนทรพจน์ การสอบ หรือในการสอน) ไม่สนับสนุนให้ใช้หลักเกณฑ์นี้เป็นอันขาด เพราะต้องการความระมัดระวังในการพูดมาก

แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องการให้ชีวิตง่ายขึ้นใช่หรือไม่

ในการพูดแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละสำเนียงซึ่งมีหลากหลายในภาษาอังกฤษ และขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวของแต่ละบุคคล

แต่สิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปนี้ เป็นที่ยอมรับและใช้กันโดยทั่วไปของเจ้าของภาษา (native speakers) เราจะเถียงไม่ออกหรืออึ้งไปเลยเมื่อได้ยินหรือได้ฟังเขาพูดกัน

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

assimilate (1) - VT - ดูดซึมสารอาหาร

assimilate (2) - VT - ทำให้เหมือนหรือคล้ายกัน

assimilate (3) - VI - กลายเป็นเหมือนหรือคล้ายกัน

แต่ Assimilation ในที่นี้ หมายถึง การปรับเสียงให้คล้ายกัน (เพื่อจะเชื่อมคำต่อคำเข้าด้วยกันได้โดยง่าย)

ซึ่งตรงกับหัวข้อ Entry นี้ว่า Assimilation in English หมายถึง การกลมกลื่นเสียงหรือการลากเสียงในภาษาอังกฤษ

พูดง่ายๆ มันคือ Connected Speech การพูดแบบเชื่อมคำนั่นเอง

 

เริ่มแรกมา warm up (อุ่นเครื่อง) กันหน่อย เพื่อจะได้กระหายอยากอ่านต่อไป

Can you see thap boy over there? เอ๊ะ อ่านอีกรอบสิคะ

กรุณตรวจสอบดูว่า Grammarman พิมพ์ผิดรึเปล่าเนี่ย

ติ๊กต่อกๆๆๆ  ไม่ผิดหรอกค่ะ ถูกต้