Songs

Simile & Metaphor

posted on 02 Dec 2012 17:31 by kickapu in Songs directory Knowledge
 
Everything at Once : Lenka
 
 
 
as ...  as ... as ...  แอ๊ส แอ๊ส แอ๊ส  (ได้ยินคำว่า as ทั้งเพลงเลย อะไรกันนักหนา)
 
 
"All in this song is about Metaphor."  มีแต่การเปรียบ เปรียบ นะเพลงนี้
 
 
สวัสดีก๊าฟ ทักทายกันแบบ Grammarman กลับมาด้วยอะไรที่ชิวๆ เรียนรู้ภาษาอังกฤษกันแบบง่ายๆ ไม่อยากอะไรหนักหนา รับรองอ่านแล้วชิวๆ มาอ่านกันเถอะ
 
หลังจากที่ฟังเพลงนี้ไปแล้ว เพราะมั๊ยคะ เราจะได้อะไรจากเพลงนี้กันนะ ทั้งความเพราะสนุกสนานยังไม่พอ แต่เรายังได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็น 2 อย่าง ในภาษาอังกฤษอีกด้วยนะ
 
นั่นก็คือ
 
การเอาเปรียบ  เอ๊ะ ไม่ดีม๊าง
 
การเอาเปรียบมีอยู่ 2 แบบ นั่นก็คือ การเอาเปรียบเหมือน (Simile) และการเอาเปรียบเป็น (Metaphor)
 
อย่าเชื่อกันนะ จนกว่าจะได้รู้ความจริง Grammarman เตือนแล้วนะคะว่าอย่าเชื่อ มันเป็นมุุขค่ะมันเป็นมุข
 
แบบที่ 1 Metaphor
 
มาดูประโยคแรกของเพลงนี้ กันก่อนเลย
 
"As sly as a fox, as strong as an ox"  เจ้าเล่ห์ยังกะหมาป่า แข็งแรงอย่างกับ วัว
 
เอ๊ะ วัวมันแข็งแรงมากหรอคะ ไม่จริงอ่ะ
 
as ก็คือ การเปรียบเป็นค่ะ เปรียบว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งนี้ เป็นได้อย่างนั้นอย่างนี้ เป็นจริงๆ การเปรียบเทียบแบบนี้เรียกว่า "Metaphor"
 
as ... as .... ลองหาคำมาเติมในช่องว่างสิคะ ว่าเราจะเปรียบอะไรเป็นอะไรได้บ้าง ไม่ยากเลยใช่มั๊ย
 
ยกตัวอย่างนิดๆจากในเพลงนะ
 
as sly as a fox แปลว่า เจ้าเล่ห์อย่างกับหมาป่ะ  ตีความได้ว่า ผู้พูดต้องการจะสือว่า มีสิ่งหนึ่งเจ้าเล่ห์มากๆๆๆ เจ้าเล่ห์แบบไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบ แต่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า มีอย่างหนึ่งที่เจ้าเล่ห์เหมือนกันแล้วแทนกันได้ นั่นก็คือ หมาป่า เจ้าเล่ห์เป็นหมาป่าไปซะเลย
 
ลองฟังทั้งเพลงและหัดแปลไปด้วยจะสนุกมากเลยนะคะ เย้ๆๆๆ
 
ของแถมละกัน ชอบมากกับท่อนฮุกของเพลงนี้
 
"All I wanna be is everything at once." ทุกอย่างที่ฉันอยากเป็นก็คือ เป็นได้ทุกอย่างในเวลาเดียว
 
เจ๋งจริงๆ
 
แบบที่ 2 ก็คือ การเปรียบเหมือนค่ะ (simile) ไม่ใช่การเอาเปรียบนะเออ
 
simile จะต่างกับ metaphor นิดหน่อย
 
metaphor คือ เท่ากับ หรือ เป็น
 
ส่วน simile ก็คือ คล้าย เหมือน ว่าง่ายๆ อีกนิดเดียวก็จะเป็นแล้วแต่ไม่เป็นอ่ะ ยังไงก็เป็นไม่ได้
 
ใช้คำว่า like
 
ต้องมาฟังเพลงนี้กัน
 
Someone Like You :  Adele
 
 
 
 
ขอเน้นประโยคที่ว่า
 
Never mind, I'll find someone like you.  ไม่เป็นไร ชั้นจะหาคนใหม่ให้ได้อย่างเธอ
 
 
ถามว่า Adele จะหาคนใหม่ที่เหมือนคนเก่าได้ 100 % เลยไหม คำตอบคือ ไม่มีทางได้เหมือนกันเป๊ะๆหรอก เพราะมันคนละคนกัน อย่างมากเจ๋งสุดก็แค่คล้าย ก็แค่เหมือน โอ้ย เหนื่อยใจแทน แล้วเธอจะหาได้จากที่ไหนหล่ะเนี่ย เพลงก็ยิ่งเศร้าๆๆ
 
****** อ่าว จบแล้ว แว้ว แว้ว อยากอ่านต่อ******* แล้วเจอกันใหม่บทความหน้านะจ๊ะ บ๊ะบุย
 
 
"Last but not least" สุดท้าย ท้ายสุดแต่ก็สำคัญ
 
เมื่อเราได้เรียนรู้การใช้ as กับ like ไปแล้ว เราลองมาหาอะไรทำสนุกๆดีกว่า
 
Grammarman มีตัวอย่างประโยคมาให้ ท่านผู้อ่านลองเดาๆดูนะคะว่าจะเติม as หรือ like ในช่องว่างดี
 
It seems ... everyone is hurry. ดูเหมือนว่า ทุกคนกำลังรีบ
 
Something ... that. อะไรทำนองนั้นแหล่ะ
 
This couple is  sweet ... a sugar คู่นี้เค้าหวานกันเหมือนน้ำตาลเลย
 
He is  strong ... a hourse เขาแข็งแรงยังกะม้าแหน่ะ
 
I'm busy ... a bee now ช่วงนี้ชั้นยุ่งเหมือนผึ้งเลย (ยุ่งมากก็บินแบบผึ้งเลยสิจ๊ะ)
 
He looks ... a model. เขาเหมือนนายแบบ
 
เติมอะไรดีน๊า
 
คำตอบอยู่ที่ไหน ลองตอบกันดูนะคะ ^^ แอบเอาเนื้อร้องของเพลง Everything at Once มาถามด้วยนะเออ ได้คำตอบกันไปตั้ง 2 ข้อแล้วนะคะ
 
ขอคำตอบที่ comment ด้านล่างค่ะ รับรองตอบถูกกันแน่นอน ขอให้สนุกนะคะ
 
See you next time. แล้วเจอกันครั้งต่อไปค่ะ บ๊ะบุย
 
 
 
 
ไม่ได้แอ๊บ แค่คนมันโสด ไม่ต้องกด vote ตื๊อกันอยู่ได้
I ain't pretend. I'm just single. Don't even vote and bother me.                                                        (I didn't pretend.)

ก็เหงาไปตามสเต็ป ไม่มีคอนเซป ว่าต้องใจง่าย
I'm just lonesome and ain't concept of being gullible                                                                         (...and have not concept...)

Just spend my time for moonlight, enjoy in this night
แค่ใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้

เธอน่ะ ยังไม่สนิท อย่ามาสะกิด ง่ายๆ
You ain't my closed friend. You can't poke me easily.                                                                        (You are not my closed friend.)
 

ไม่ใช่นางฟ้า ไม่ได้เลิศเลอ แค่ไม่ชอบเผลอ ให้ใคร
I ain't an angel. I ain't awesome. I'm just a careful person.                                                  (I'm not an angel. I'm not awesome.)

ไม่ได้ต้องการ ชอบคิดนานๆ ก่อนฉันจะหวาน ให้ใคร
I ain't want you, but just like to think before talking sweetly to any guys.                                                   (I don't want you.)

มาทำเป็นจริง มา pay กันจัง Excuse me, What’s your desire ……
You pretended to pay attention to me. ขอโทษ ต้องการอะไร....


เหงา แต่ว่าฉันก็ไม่ง่าย อย่าๆ มาคิดว่า ของตาย อย่ามาเหมาว่าง่ายๆ
Even though I'm lonely, I ain't easy. Don't think I'm easy for you.                                                      (I'm not easy.)

เหงา แต่ว่าฉันน่ะ ก็เลือก ไม่อยากจะคบไปเรื่อยเปื่อย อยากจะ love แล้วไม่เหนื่อย
Even though I'm lonely, I still have to choose. I ain't wanna be sick and tired of love.                         (I don't wanna...)

เหงา แต่ว่าฉันก็ไม่ง่าย อย่าๆ มาคิดว่า ให้วุ่นวาย อย่ามาเหมาว่าง่ายๆ
Even if I'm lonesome, I ain't easy. Don't think too much I'm easy.                                                     (I'm not easy.)

เหงา แต่ว่าฉันน่ะ ก็เลือก ถ้ามาเจ้าชู้ ละ ขอบาย ถึงจะเหงา แต่ไม่ง่าย
Even if I'm lonesome, I just wanna dicide. If you are a flirt, I'll say good-bye. Cuz I ain't easy.            (I'm not easy.)


ธรรมดา ก็แค่ party girl แค่เฮฮา ไม่ได้ชอบแลกเบอร์
I'm just a party girl who like to have fun but no exchange number.

Just wanna fun on dance floor, Get back to your door
แค่อยากสนุกบน dance floor นายน่่ะกลับบ้านไปเลยป่ะ
 
1 2 3 ก็แค่ just lonely ใจเย็นๆ Cause I ain't easy
1 2 3 ก็แค่เหงาๆ Calm down. เพราะฉันมันไม่ง่าย

อยากมีแค่ใครสักคน เข้าใจ.... Don’t treat me just overnight
just want someone knowing the real me. อย่ามาเอาใจฉันแค่ข้ามคืนเลยนะ

อยากเจอแค่ใครสักคน ดีๆ No time to be a tragedy
just wanna meet someone good หมดเวลาเศร้าแล้ว
 
**Translated by Grammarman**
 
***********************************************************************************
สวัสดีค่า หลังจากฟังเพลง เหงาแต่ไม่ง่าย แล้ว เป็นยังไงบ้างเอ่ย หลายคนคงแอบชำเืลืองไปเห็นคำแปลที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างเอ่ย จิ๊กเอาไปใช้ได้นะคะ เวลาหนุ่มๆมาจีบก็ ซัดเพลงนี้เป็นภาษาอังกฤษไปเลยค่ะ
 
entry นี้ เราจะมาฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงไทย กันค่ะ
 
เหงาแต่ไม่ง่าย เป็นเพลงไทยเพลงแรกที่โพสต์ลงในบล็อค Grammarman มาดูซิว่าจะได้อะไรจากเพลงนี้บ้าง
 
สำนวนแรกและสำนวนเดียว I ain't easy. แปลว่า ฉันไม่ง่าย
 
ain't เป็น แสลง เป็นภาษาพูดค่ะ ย่อมาจาก is not, am not, are not หรือแม้กระทั้ง has not , have not, do not, does not, did not
 
โห ain't เนี่ย แทนได้ไปทั่ว หลายใจจริง
 
ขอแนะนำว่าไม่ควรอนุญาติให้คำว่า ain't ไปปรากฎในภาษาเขียนหรือภาษาที่เป็นทางการค่ะ แต่ถ้าพูดกับเพื่อนหรือคนสนิทก็ตามสบายเลย
 
แอบไปสืบมา ได้สารมาว่า ain't เป็นภาษาโบราณแหน่ะ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16
 
ลองฝึกพูดกับหนุ่มๆหรือสาวๆที่มาตามตื๊อให้ชินปากก็ได้นะคะกับประโยคที่ตรงกับเนื้อเพลงนี้ที่ว่า I ain't easy. ฉันไม่ง่าย
 
 
See you next time. Bye!!
 

Shed a Tear - Ryan Higa

posted on 06 Sep 2011 11:39 by kickapu in Songs
Shed a Tear - Ryan Higa feat. Kevin Wu and Chester See

 
Here it comes
เอาอีกแล้ว

can't you see
คุณเห็นไหม

that we're tough guys
ว่าพวกผมเป็นชายแกร่ง

and we have feelings
และมีีความรู้สึก

Take my hand
จับมือผมไว้

close your eyes
แล้วหลับตาลง

with you right here
เมื่อคุณอยู่ตรงนี้ที่นี่

Imma shed a tear and cry
น้ำตาผมกำลังจะไหลออกมาแล้ว

Cry,
don't be afraid to cry
อย่ากลัวการร้องไห้เลย

you can still be a manly guy
คุณก็ยังเป็นพ่อหนุ่มมาดแมนได้

Just cry
 ก็แค่ร้องออกมา

dont be afraid to cry
อย่ากลัวเลย

let it free fall from your eyes
ปล่อยให้มันไหลออกมาเุุถอะ

 
Wake up
ตื่นขึ้นมา
see a sunrise
ดูพระอาทิตย์ขึ้นสิ

let it free fall from your eyes
ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาเลย
 
start my day and I read a sonnet
เริ่มต้นวันใหม่และผมก็อ่านซอนเน็ต (บทกลอนของ เชค สเปียร์)

got a soft cheek with a tear on it
ให้แก้มนุ่มๆอาบไปด้วยน้ำตาบ้าง
 
Step out and the skies are clear
ก้าวออกไปและท้องฟ้าก็แจ่มใส

I'm a man and I have no fear
ผมเป็นชายที่ไม่กลัวสิ่งใด

take a step and I land in crap
ก้าวแรกเหยียบไปก็โดน อึ เลย

I let it out no holding back
ผมก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่เอาออก

 
Here it comes
can't you see
that we're tough guys and we have feelings
Take my hand
close your eyes
with you right here imma shed a tear and cry

 
dont be afraid to cry
 you can still be a manly guy
Just cry
dont be afraid to cry
let it free fall from your eyes

(verse)
Baby, we can go out on a first date
ที่รัก เราไปเดทกันครั้งแรกได้นะ

but you come and pick me up half an hour late
แต่คุณมารับผมช้าไปครึ่งชั่วโมงแหน่ะ

Girl, I'm not gonna lie that you almost made me cry
ที่รัก ผมจะโกหกคุณได้ยังไงว่า คุณเกือบทำผมร้องไห้

but I'm a masculin guy
แต่ผมเป็นชายอกสามศอก (ชายแท้)
 
I'll be okay, yeah.
ผมจะไม่เป็นอะไร ใช่ จะไม่เป็น

Your place, toy story 3
ที่บ้านคุณเรื่องทอยสตอรี่ 3

the greatest all time kids movie,
หนังเด็กยอดเยี่ยม

But I forgot Andy leaves Woody,
แต่ผมลืมไปว่า แอนดี่ ทิ้ง วูดดี้แล้ว

and now the tears are coming right back over me
และตอนนี้น้ำตาผมก็จะไหลอีกแล้ว

(chorus)
Here it comes
can't you see
that we're tough guys and we have feelings
Take my hand
close your eyes
with you right here, imma shed a tear and cry

 
dont be afraid to cry
you can still be a manly guy
Just cry
dont be afraid to cry
let it free fall from your eyes

 

 

 ********************************************************************************************

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ ฟังเพลงกันสนุกมั๊ยเอ่ย ถ้าได้ดูคำแปลแล้วจะเข้าถึงเนื้อหาและอารมณ์มากขึ้น

ในบทแพลงนี้ ทำให้เราเข้าใจผู้ชายแกร่งมากขึ้น ฮ่าๆๆ ผู้ชายแกร่งแต่อ่อนไหวก็มีนะเออ ร้องไห้ได้ทุกสถานการณ์จริงๆ ดีดี ผู้ชายเปิดเผย แต่เขาบอกว่าเขาแมนนะ ก็ปล่อยเขาไป เนี่ย เชื่อเลย ถึงแม้เหยียบ อึ ยังไม่ไปล้างออก แสดงว่า แมน จริงๆ ฮิฮิ

 

หลังจากที่เราได้ฟัง เพลง เพราะๆ อ่านคำแปลดีดี แล้ว (แกรมม่าแมน แปลเองค่ะ แปลตามอารมณ์ที่ฟังเพลงนั่นแหล่ะ ฮ่าๆๆ แปลไปขำไป แปลออกมาได้ไง)

 

ท่านผู้อ่านเห็นสำนวนหรือแสลงที่น่าสนใจในเพลงมั๊ยคะ  มีสำนวนหรือคำไหนน๊าที่แปลกๆบ้างเอ่ย

 

ใช่แล้ว วันนี้เราจะมาเรียนสำนวนและแสลง แถมด้วยไวยากรณ์ที่เด่นๆ จากเพลงนี้ นิดหน่อย ให้หายคิดถึงกันไปเลย

 

มากันเลย กับสำนวนแรก


Here it comes. แปลว่าอะไรหนอ แปลว่า "มันมาแล้ว" ละกันนะ

 

เคยไ้ด้ยินสำนวนพวกนี้มั๊ยคะ Here you are. / Here it is. แปลว่า นี่ไงหล่ะ เราจะได้ยินประโยคนี้ตอนที่เพื่อนของเราพร้อมจะยื่นของให้

 

Lee Hong Ki: Could you give me a pen please? ช่วยหยิบปากกาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ

 

Kickapu: Here you are. อ่ะ นี่ค่ะ

 

Take my hand. แปลว่า จับมือผมไว้


หลายคนแปลสำนวนนี้ไม่ได้ เพราะอาจจะไม่ทราบว่า take มีความหมายว่า จับ

สำนวนที่ขึ้นต้นด้วย take มีมากมายเลยค่ะ น่าไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมน๊า

 

สำนวนนี้เอามาฝาก

hand in hand แปลว่า จับมือค่ะ เวลาจะถามเพื่อนว่าเดินจับมือกันรึเปล่า ให้พูดว่า Do you walk hand in hand?

 

สำนวนต่อไป สำนวนเด็ดของเพลงนี้ จะเด็ดจริงๆมั๊ยน๊า

ต้องนี่เลยค่ะ


Imma shed a tear ผมกำลังจะหลั่งน้ำตา แปลง่ายๆว่า ผมกำลังจะร้องไห้แล้วครับ


Imma แปลว่า ฉันกำลังจะ เป็น แสลง สามารถได้ยินได้ทั่วไปค่ะ โดยเฉพาะภาษา แชท

 

ย่อมาจาก I am going to หรือ I'm gonna แปลว่า ฉันกำลังจะ ... (แน่ๆ)


 

Imma ถูกใช้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เพราะไปปรากกฏในเพลงดังต่างๆเช่น

 

ในเพลง Imma be ของ Black Eyed Peas

 

ในเพลง Rude Boy ของ Rihanna

ที่ร้องว่า " Tonight, Imma let you be the captain. Tonight, Imma let you do your thing."

 

เพลง Tik Tok ของ Kesha

ที่ร้องว่า "Tonight, Imma fight 'till we see the sunlight"

 

ขอบคุณบล็อค sundaily.exteen.com ผู้เอื้อเฟื้อข้อมูลเกี่ยวกับ "Imma" ค่ะ ^^

 

 

 Don't be afraid to cry. แปลว่า อย่ากลัวที่จะร้องไห้

(ไม่ใช่สำนวนค่ะ ก็เป็นประโยคที่มีโครงสร้างแบบ v. to be + adjective + to + v.infinitive นั่นเอง) อยากให้นำสูตรนี้ไปฝึกแต่งประโยคดูนะคะ สนุกมากเลยค่ะ

 

เช่น

ฉันกลัวที่จะบิน แปลงร่างตามสูตรเป็น I'm afriad to fly.

ฉันกล้าที่่จะฝัน แปลงร่างตามสูตรเป็น I'm brave to dream.

 

 

 

 
ก่อนจากกัน ขอทิ้งท้ายด้วยเพลงตัวอย่าง ที่มี Imma ละกันนะคะ เพื่อความคุ้นเคย
  

Who Says - Selena Gomez

posted on 16 Aug 2011 12:42 by kickapu in Songs
กด refresh 1 ครั้งนะคะ

มาเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่น่าเบื่อกันค่ะ ก่อนอื่นมาฟังเพลงนี้กันก่อน เพลงนี้เพราะมาก อยากให้ลองฟังกัน แล้วจะติดใจ
 
 
และก็มาดูผลงานแปลของ Grammarman
 
I woun't wanna be anybody else
ฉันไม่ได้อยากเป็นเหมือนใครๆซักหน่อย
 
You made me insecure
เธอทำให้ฉันไม่มั่นใจในตัวเอง
 
Told me I wasn't good enough
บอกมาสิว่าฉันไม่ดีพอ
 
But who are you to judge
แต่เอ๊ะแล้วเธอเป็นใครกันหล่ะถึงตัดสินได้
 
When you're a diamond in the rough
ทั้งๆที่เธอก็เป็นแค่เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน
 
I'm sure you got somethings
ฉันแน่ใจเลยว่าเธอต้องมีซักอย่างในตัวเธอแหล่ะ
 
You'd like to change about yourself
ที่เธออยากเปลี่ยนแปลงมันมั่ง
 
But when it comes to me
แต่เมื่อพูดถึงฉันแล้ว
 
I wouldn't wanna be anybody else
ฉันนี่แหล่ะที่ไม่อยากเป็นเหมือนใครๆ
 
Nanana nana nana
Nanana nana nana
 
I'm no beauty queen
ฉันไม่ใช่ราชินีงามหงาดเยิ้ม
 
I'm just beautiful me
ฉันก็แค่สวยในแบบของฉัน
 
Nanana nana nana
Nanana nana nana
 
You've got every right
เธอก็มีสิทธิ์ในทุกๆอย่าง
 
To a beautiful life
ที่จะมีชีวิตที่ดีได้เหมือนกัน
 
C' mon!
 
Who says
ใครบอก
 
Who says you're not perfect
ใครบอกกันว่าเธอไม่เลิศ
 
Who says you're not worth it
ใครบอกว่าเธอไม่คู่ควร
 
Who says you're the only one that's hurting
ใครบอกว่าเธอเสียใจคนเดียว
 
Trust me
เชื่อฉันสิ
 
That's the price of beauty
นั่นแหล่ะเป็นผลตอบแทนที่เธอดีไง
 
Who says you're not pretty
ใครบอกหล่ะว่าเธอไม่น่ารักเอาซะเลย
 
Who says you're  not beautiful
ใครบอกว่าเธอไม่ดี
 
Who says
ใครพูดกัน
 
It's such a funny thing
ตลกดีนะ
 
How's nothing funny when it's you
จะมีเรื่องไหนที่เธอไม่น่าขำบ้าง
 
You tell 'em what you mean
เธอบอกผู้คนในสิ่งที่อยากบอก
 
But they keep whiting out the truth
แต่พวกเขาก็ปิดเรื่องจริงไว้
 
It's like a work of art
มันก็เหมือนงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง
 
That's never gets to see the light
ที่ไม่เคยถูกเอาออกมาโชว์เลย
 
keep you beneath the star
ทำให้เธอไม่เคยเจอแสง
 
Won't let you touch the sky
ไม่่เคยได้ขึ้นไปจุดสูงๆ
 
Who says you're not star potential?
ใครบอกว่าเธอเป็นซุปเปอร์สตาร์ไม่ได้

Who says you're not presidential?
ใครบอกว่าเธอเป็นผู้นำไม่ได้

Who says you can't be in movies?
ใครบอกหล่ะว่าเธอจะแสดงหนังไม่ได้

Listen to me, listen to me
ฟังฉันนะ ฟังฉัน

Who says you don't pass the test?
ใครบอกว่าเธอจะผ่านการทำสอบนี้ไปไม่ได้

Who says you can't be the best?
ใครบอกว่าเธอไม่เยี่ยม

Who said, who said?
บอกฉันหน่อยใครเขาพูดกัน

Won't you tell me who said that?
เธอบอกฉันหน่อยสิ
 
..............................................................................................................................................................................
ไม่ต้องไปสนใจคำแปลมาก คนแปลก็ยัง งงๆ ตกลง you คือใคร คือคนที่ร้อง หรือคือคนไหน งงค่ะ งง
อ๊ะๆ ยังไม่จบนะคะ จะมีแค่นี้ได้ไง ไม่มันๆ ใน entry นี้ Grammarman จะทำให้ทุกคนเห็นว่า เรียน Grammar ไม่ได้น่าเบื่่ออย่างที่คิด เพราะคุณกำลังอยู่กับ Grammarman มนุษย์แกรมม่า
 
Grammarman - the new hero in town ช่วยคุณได้ ฮิฮิ มนุษย์แกรมม่าผู้นี้ มาเพื่อพิชิตความน่าเบื่อหน่ายของการเรียนไวยากรณ์ที่ทำให้หลายคนไม่ชอบ
การเรียน Grammar จากเพลง ช่วยคุณได้ หนุกมากมาย ไม่น่าเบื่อเลย แถมได้ความรู้ไปเต็มกระเป๋า อุ้ย เต็มสมอง มาลุยกันเล๊ย
Let's go! ไปไป!
 
I woun't wanna be anybody else. ย่อมาจาก I would not want to be anybody else. หลายคนรู้แล้ว เก่งจังเล๊ย แปลว่า ฉันไม่ได้อยากเป็นเหมือนใครๆ ไม่อยากลอกเรียนแบบใคร
 
You made me insecure.
กริยา make แปลว่า ทำ
ถ้้้า make someone do something จะหมายถึง ทำให้ใครซักคนเป็นอะไรซักอย่าง
ท่องเอาไว้นะคะ make someone do something เวลาแต่งประโยคใหม่ ก็ใส่อะไรซักอย่างแทนที่คำว่า someone และใส่กริยาอะไรก็ได้ แทนที่ do แต่กริยานั้นจะต้องเป็นช่อง 1 แบบไม่ผัน ไม่เติม s กริยานี้เรียกว่า verb infinitive แบบไม่มี to นำหน้า เรียกเขาสั้นๆว่า v. infi (สั้นเจงๆ)
 
พูดถึง v. infi แล้ว จะดูสังเกตุยังไงว่า v. ไหนเป็น v. infi
 
ง่ายๆ มีหลักการจำำแบบไม่่เข้าท่า
v. infi ของ v. to do คือ do
v. infi ของ v. to have คือ have
v. infi ของ v. to be คือ be
เป็นไงหล่ะ เข้าท่าไหมงับ
 
ถ้า to infinitive ก็มี to นำหน้า v.infi แค่นี้ก็้้จบเนอะ
to love, to do, to be, to have, to swim, โอ๊ีย มากมาย...
 
มาดูสองประโยคนี้ ประโยคเทพค่ะๆ ต้องดูไว้ หัดเอาไปใช้กัน
You make me cry. (S + make + Obj. + V.infi) คุณทำให้ฉันร้องไห้
You make me sad. (S + make + Obj. + adj.) คุณทำให้ฉันเสียใจ
You make me known. (S + make + Obj. + v.3 or v.ed) คุณทำให้ฉันเป็นที่รู้จัก
 
ถ้ารู้โครงสร้างประโยค ของ make แล้ว จะสร้างประโยคแบบไหน ก็จับยัดๆ ง่ายๆเลย เนอะ ฮิฮิ
 
และ make ในเพลงนี้หล่ะ
You made me insecure เธอทำให้ฉันไม่ปลอดภัััย ก็แปลเหมารวมได้ว่า เธอทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภััย ไม่มั่นใจในตัวเอง หวาดระแวง ประมาณนี้ค่ะ
 
เอ๊ะๆ You made me insecure. เป็นโครงสร้างแบบไหนคะ แบบประโยค You make me cry. หรือแบบประโยค You make me sad. น๊า???
 
ติ๊กต่อกๆ
 
ถูกต้องค่ะ แบบ You make me sad. เพราะคำว่า insecure แปลว่า ไม่ปลอดภัย เป็น adj. เหมือนคำว่า sad เลย
เพราะฉะนั้นโครงสร้างของประโยคนี้คือ S + make + Obj. + adj. เย้ๆ เก่งมากมายค่ะ
 
เริ่มสนุกแล้วใช่มั๊ียหล๊า มาลุยกันต่อค่ะ
 
Told me I wasn't good enough บอกมาสิว่าฉันไม่ดีพอ
ประโยคนี้ผู้แปลไม่แน่ใจว่า ใครเป็นคนบอกว่าใครไม่ดี ระหว่าง you กับ คนร้อง ไม่รู้ว่าใครพูด - -'' มันเป็นกำกวมๆ ขอโทษด้วยค่ะ ใครทราบบอกทีนะคะ แต่ด้วยโครงสร้างของประโยคแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นประโยคคำสั่ง(imperative sentence) ที่ถ้าขึ้นต้นด้วยกริยาแล้ว คนร้องต้องเป็นคนพูดแน่เลย อีกกรณีหนึ่งก็อาจต่อจากประโยคข้างบน คือใช้ประธานตัวเดียวกันกับประโยคก่อนหน้าเท่านั้นเองค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าการแปลคือ ไวยากรณ์ของเราไง อิอิ

enough เป็น adv. แปลว่า พอเพียง เพียงพอ
หน้าที่ของ adv. คือ ขยายได้ทั้ง กริยา adj. และรวมทั้งขยายตัวเองได้ด้วย คือ adv. ขยาย adv. นั่นเอง
 
ในประโยคนี้ enough ขยาย good ที่เป็น adj. ค่ะ แปลว่า ไม่ดีพอ
บางประโยค มี enough ต้องมี to infi ตามมาด้วย เช่น I'm not good enought to be your girlfriend.
อ้อ จำได้มั๊ยคะ to infi คืออะไร คือ v. infi ที่มี to นำหน้าไง ง่ายนิดเดียวๆ สู้ๆ
 
Who are you to judge? เธอเป็นใครที่จะมาตัดสิน เธอมีสิทธิ์อะไรที่จะมาติดสิน
judge แปลว่า ตัดสิน judgement ก็คือ การตัดสิน
ผู้พิพากษาหล่ะ ก็ a judge / justice/ magistrate
 
 
When you're a diamond in the rough ทั้งๆที่เธอก็เป็นแค่เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน
rough แปลว่า หยาบ เมื่อตอนเพชรหยาบๆ แสดงว่ายังไม่ได้ขัด ไม่ได้เจียระไนให้มันเงาแวววับ มันยังไม่สวย แต่มัันจะมีค่ามหาศาลถ้าเราขัดมัน และจะงดงามเลยทีเดียวหล่ะ ใช่มั๊ยคะ
ขัด = polish
 
 
I'm sure you got somethings ฉันแน่ใจเลยว่าเธอต้องมีซักอย่างในตัวเธอแหล่ะ
got เป็นช่อง 2 ของ get แปลว่า ได้รับ
เช่น I got a car last week. ฉัันได้รับรถยนต์(จากใครซักคน)สัปดาห์ที่แล้ว
 
อีกความหมายหนึ่งของคำว่า get ก็แปลว่า เข้าใจ
ดังนั้น ถ้ามีใครมาถามคุณว่า Do you get it? คุณเข้าใจไหม
ถ้าเข้าใจก็ตอบว่า. Oh, yes! I got it now. โอ้ค่ะ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ัว
ไม่เข้าใจก็ตอบว่า. Oh, I didn't get it. Could you explain to me more? โอ้ ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้มั๊ยคะ
 
You'd like to change about yourself. ย่อมากจาก You would like to change ....เธออยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
would like to แปลว่า อยาก มีความหมายเหมือน want to แต่ถ้าเมื่อพูดถึงความสุภาพแล้ว ใช้ would like to จะดีกว่าค่ะ
 
เช่น ระหว่าง I would like to take a photo with you. และ I want to take a photo with you. ประโยคไหนสุภาพกว่ากันค่ะ ประโยคแรกค่ะ แปลว่า ฉันอยากถ่ายรูปกับคุณ
ประโยคที่ 2 พูดตรงมาก ฉันต้องการถ่ายรูปกับคุณ ก็เชิงๆบังคับอ่ะเนอะ
ถ้าอยากให้ความหมายเบาๆลงหน่อย เปลี่ยนจาก want to เป็น would like to กันเถอะ
ส่วนตัวย่อของ would like to ก็คือ 'd like to ออกเสียงว่า ดึดไลค์ทู
ตัวอย่าง I'd like to study hard. ไอดึดไลค์ทูสต๊าดดิ่ฮาร์ท (ดึด พูดเร็วๆ แทบไม่ได้ยินเลยค่ะ ไม่ต้องออกชัดนะคะ รอสังเกตุฝรั่งพูดประโยคนี้นะคะ)
 
But when it comes to me แต่เมื่อพูดถึงฉันแล้ว
I wouldn't wanna be anybody else ฉันนี่แหล่ะที่ไม่อยากเป็นเหมือนใครๆ
 
When it comes to me. = It becomes me. = It's me. เราเปลี่ยน comes to เป็น v.to be ได้เลย มีความหมายคล้ายๆกัน แปลว่า ถ้าเกิดเป็นฉันแล้ว
 
I'm no beauty queen. ประโยคนี้ไม่ถูกต้องตามไวยากรณ์เท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรให้อภัย เพราะออกมาเป็นเพลงที่ไพเราะให้เราฟัง แปลว่า ฉันไม่ใช่ราชินีงดงาม ประโยคที่ถูกต้องคือ I'm not a beautiful queen.
 
ทำไมประโยคนี้ถึงผิดหล่ะ
no ถ้าจะแสดงคำปฏิเสธแล้ว จะต้องวาง หน้าคำนามค่ะ เช่น I have no money. = I don't have money. ฉันไม่มีเงิน
แต่ประโยคนี้ no ก็วางหน้า queen ที่เป็นคำนามเหมือนกันนะ แต่ทำไมผิดหล่ะ
 
v. to be ต้องใช้คู่กับ not เสมอค่ะ เช่น I'm not kidding. ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ
สรุปแล้ว no ใช้กับ คำนาม ส่วน not ใช้กับ v. , v. to be, adj.
 
I'm just beautiful me. ฉันก็แค่สวยในแบบของฉัน
ประโยคนี้คนแต่งเน้นว่า ฉันแค่สวยในแบบของฉัน
เราแต่งง่ายๆกว่านี้เป็น I am just beautiful. ฉันสวยเลยทีเดียวหล่ะ I am beautiful inside. ฉันสวยจากข้างใน
just ในประโยคนี้เป็น adv. แปลว่า พอดี ทีเดียว มีความหมายเหมือนคำว่า exactly แปลว่า แน่นอนทีเดียวเชียวหล่ะ เป็นการเน้นในสิ่งต่างๆ
just ไม่ได้ใช้ได้แค่นี้
just แปลว่า เพียงแค่ ก็ได้ = only
เช่น I just want to finish homework. = I only want to finish homework. แปลว่า ฉันเพียงแค่ต้องการทำการบ้านให้เสร็จ
 
ยังไม่หมดค่ะ just อีกแบบ แปลว่า พึ่งจะ
just จะแปลว่า พึ่งจะได้ ต้องมาคู่กับ present perfect tense เสมอค่ะ
ต้องบอกโครงสร้างของ present perfect tense ก่อน = S + have/has + v.3
ตัวอย่าง I've just graduated this year. = I have just graduated this year. ฉันพึ่งเรียนจบมาหมาดๆปีนี้
ประโยคไหนที่เป็นแบบนี้ คือ เน้น พึ่งจะ นะคะ
 
สุดท้ายของ just แล้วหล่ะ เยอะจริง รู้เยอะๆน่ะค่ะดี
just ที่แปลว่า เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ = now , at this moment
ส่วน just now แปลว่า เมื่อตะกี้ เช่น Just now, I was playing game. ตะกี้นี้ฉันกำลังเล่นเกม
 
และ just ยังแปลว่า เหมาะสม, เที่ยงตรง, ยุติธรรม ได้ด้วย (จะหมดมิเนี่ย - -'') ในกรณีที่ทำหน้าที่เป็น adjective ขยายคำนาม เช่น
 
เยอะมากแล้ว พอๆ เดี๋ยวไม่ไปถึงไหน ต่อๆๆ
 
 
You've got every right เธอมีสิทธิ์ทุกอย่าง
To a beautiful life ที่จะมีชีวิตที่ดี
 
จำได้มั๊ยคะ got แปลว่า ได้รับ ส่วน right แปลว่า สิทธิ ประโยคนี้จึงแปลว่า คุณได้รับสิทธิในทุกๆเรื่อง
ส่วนคำว่า right นั้น แปลได้หลายอย่างมาก แปลว่า ข้างขวาก็ได้ ถูกต้องก็ได้ หรือเน้นในสิ่งที่พูดก็ได้
ศึกษาเพิ่มใน entry next 2 you << คลิกเข้าไปอ่านกันเลย >>>เพลงของ Chris Brown ร้องกับ Justin Bieber ซึ่ง Grammarman เคยเขียนเอาไว้แล้วค่ะ ละเอียดเลย
 
Who says you're not perfect. ใครบอกกันว่าเธอไม่เลิศ
Who says you're not worth it.ใครบอกว่าเธอไม่คู่ควร
2 ประโยคนี้ใครๆก็แปลได้จริงไม่ขออธิบายค่ะ
 
Who says you're the only one that's hurting.ใครบอกว่าเธอเสียใจคนเดียว
only แปลว่า เพียง / only one จึงแปลว่า เพียงคนเดียว
that's hurting เป็น continuous tense แสดงว่า กำลังเจ็บปวดหรือเสียใจ
 
Trust me. เชื่อฉันสิ
trust แปลว่า เชื่อใจ วางใจ ต่างจาก believe นิดนึง ที่แปลว่า เชื่อ หรือ เชื่อถือ
แน่นอน คำว่า trust ก็ต่างจาก trust in แปลว่า เชื่อมั่นแบบศรัทธา
believe in คือ แปลว่าศรัทธาในสิ่งนั้น เหมือน trust in
ตัวอย่างเช่น I believe in you. = I trust in you. ฉันศรัทธาในตัวคุณ ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณ
สรุปแล้ว trust กับ believe ไม่แรงเท่า trust in กับ believe in ถูกมั๊ย
 
But they keep whiting out the truth. แต่พวกเขาก็ปิดบังความจริงไว้
สำนวน white out แปลว่า ทาสีขาวทับ หมายถึง ทาสีทับ ปกปิดเอาไว้
 
It's like a work of art. มันก็เหมือนงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง
like ทำได้สองหน้าที คือ ถ้าเป็นกริยา แปลว่า ชอบ ถ้าเป็น preposition แปลว่า เหมือน
ตัวอย่างเช่่่่น I like you. ฉันชอบคุณ. / You are like a bad man. คุณเหมือนผู้ชายไม่ดีเลย
 
เราลองมาสรุปกันดีกว่ามั๊ยว่าเพลงนี้ต้องการจะสื่ออะไรกับคนฟังบ้าง
เท่าที่ Grammarman เข้าใจ คิดว่า ผู้เขียนเพลงต้องการจะสื่อว่า คนเราทุกคนมีความดีงามในตัวเองอยู่แล้ว แต่สิ่งนั้นจะปรากฏได้ต้องเอาออกมาโชว์ ไม่ใช่ซ่อนไว้อยู่หลังเวที เขาเปรียบสิ่งนี้กับเพชรที่ตอนแรกเป็นก้อนกรวด ยังไม่ได้ขัด ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไนนั่นเอง แต่หารู้ไม่ว่าเพชรก้อนกรวดนั่นแหล่ะ มีค่ามากเชียวหล่ะ อีกเรื่องนึงคือเน้นความมั่นใจในตัวเอง อย่าไปกลัวใครๆ ให้กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่เราต้องการ แล้วผู้อ่านหล่ะค่ะ คิดว่ายังไงบ้้าง ช่วยออกความคิดเห็นด้วยค่ะ เราจะได้เห็นหลายๆมุมมอง
 
 
พอแค่นี้ค่ะ เยอะมากแล้ว จุใจๆ เห็นมั๊ยหล่ะ ได้อะไรจากเพลงนี้ตั้งเยอะ เพลงเดียวแกรมม่าพึ้บ
เมื่อเราทำความเข้าใจกับความหมาย และไวยากรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว อยากให้ลองกลับไปฟังอีกรอบ จะเข้าใจและซาบซึ้งไปกับเพลงมากกว่ารอบแรกเป็นร้อยเท่าค่ะ
 
มาฟัง cover จากศิลปินอื่นๆกันบ้าง

 
พบกันใหม่ entry หน้านะคะ
 
See you later.