Idioms

Everybody's Somebody's Fool

posted on 16 Jul 2008 02:00 by kickapu in Idioms

"คนทุกคนจะต้องเป็นคนโง่ของใครซักคน" เชื่อไหมว่าประโยคนี้เป็นชื่อเพลงเชียวนะ ซึ่ง เพลงนี้ แฟรนซิส ร้องไว้ สั่งสอนใจได้ดีแท้

เกิดมาเป็นคน ไม่ว่าจะสวย รวย ฉลาดสักแค่ไหน ก็จะต้องไปแพ้ทางใครสักคนเข้าใจได้

เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือ Grammar ยังมี Grammarman (มันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย (อย่าไปสนใจมันค่ะ มุกแป๊กตลอด))

ชื่อเรื่องของเรา ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของวันนี้ ชักตลกไหม

ฟังนะ (ก็อ่านนั่นแหละ)

กาลครึ่งหนึ่งนานมาแล้วมีสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินเล่นในสวนสาธารณะ คุยกันถึงความหลัง ภรรยาเล่าเรื่องตั้งแต่สมัยสามีพึ่งจีบตน และถามสามีว่า

"ยังจำสมัยออกเดทกันครั้งแรกได้ไหม ที่ไปดูหนังกันที่โรงกลางแจ้งน่ะ (ใช่หนังกางแปลงรึเปล่า) ก็ที่เธอตบขาฉันน่ะ "

สามีเลยตอบว่า "Heh,heh ... I tried to get fresh , eh?

คุณอ่านประโยคนี้แล้วใช่ไหม ถ้าเข้าใจภาษาของคุณก็ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว

เพราะปัญหาของประโยคนี้คือคำว่า fresh

ความหมายของคำว่า fresh ที่เรารู้จักกันดีและคุ้นตาคือ สด อย่างผักผลไม้สดๆ สดชื่น กระปรี้กระเปร่า หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ที่นี้คุณจะแปลประโยคนี้ว่ายังไง แต่ตรง heh, heh ... นั้น ไม่มีความหมาย เป็นเสียงหัวเราะ

แต่ถ้าคุณแปลว่า แหะ , แหะ ฉันพยายามทำตัวให้สดชื่น คุณคิดผิดค่ะ ฟันธง

เพราะ fresh ในภาษาสแลงหมายถึง ทำทะลึ่ง ทำห่ามๆ อะไรลามปามเกินเลย ดังนั้นประโยคนี้จริงๆแล้วแปลว่า

"แหะ แหะ ฉันพยายามแต๊ะอั๋งเธอ ใช่มั๊ยหล่ะ?" ( eh ก็คือเสียง เอ๋ ใช้เสียงเป็นทำนองถาม)

สรุปแล้วคืออะไรเนี่ยเรื่องนี้ งง เหมือนกันใช่ม๊า

ก็เค้าคุยกันถึงความหลังไงขณะดูหนังกลางแจ้งด้วยกัน ฝ่ายหญิงกลับไปนึกความหลังการแต๊ะอั๋งของฝ่ายชายในวันออกเดทง่ะ

ปล.ถ้าไม่แต๊ะอั๋งกันจะได้เป็นสามีภรรยากันมั๊ยเนี่ย Period!

วันหลังจะมีอะไรดีๆมาฝากใหม่นะคะ วันนี้คิดไม่ออกคิดได้เรื่องเดียว คราวหน้าต้องมีสาระดีๆกว่านี้อีกแน่ ติดตามชมนะคะ

สวัสดีจ้า...

วันนี้นะจะพามาดูการใช้สำนวนและวลีที่มีนัยทางวัฒนธรรมที่อาจเข้าใจและแปลผิดได้

สำนวนพวกนี้ไปอ่านเจอในหนังสือมาอีกที ดีนะที่ตะคุบเอาไว้ทัน และแน่นอนต้องมีสอดแทรกเนื้อหาสาระความรู้ดีดีให้คุณๆได้อ่านอย่างจุใจกัน เอิ๊กๆ

If you don't like it ,you can lump it. ถึงไม่ชอบก็ต้องทนเอา

Too much ambition has been his undoing. เขาแค่มักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินไป

I came on the off chance of seeing him. ฉันมาเพื่อว่าจะได้พบเขา(เห็นทีว่าจะไม่ได้พบเสียมากกว่า)

The chair gives comfortably. เก้าอี้ตัวนี้นุ่มดี

Your fly is undone. ท่านไม่ได้ติดกระดุมกางเกง(ไม่ได้รูดซิบ)

Can you stay overnight? ค้างคืนที่นี่กันไหมหล่ะ

Shall we make a night of it? เราอยู่โต้รุ่งกันไหมหล่ะ

Give the child something to cry for. ร้องไห้โยเยอย่างนี้ต้องตีซ้ำ

The child have make the mess on the floor. เด็กกำลังอึ(หรือฉี่)บนพื้นห้อง

That wil just do the trick. ต้องอย่างนั้นจึงจะได้เรื่อง

He is fifty,give or take a year. เขาอายุห้าสิบอาจจะเกินหรือหย่อนไปบ้าง

A man is his fifties. ผู้ชายอายุห้าสิบขึ้น

He was in such a temper. เขากำลังอารมณ์เสีย

I am damned if I know where he is. ฉันไม่รู้จริงๆว่าเขาอยู่ที่ไหน

Let's have one for the road. มาดื่มกันสักแก้วก่อนเดินทาง

She is only a slip of a girl. เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวนิดเดียว

Are you game for a long walk? เดินไปไกลๆกันไหวไหม

He wants to earn his keep. เขาอยากทำตัวให้คุ้มค่ากับข้าวสุก

It will keep. เรื่องนี้เอาไว้พูดกันทีหลังก็ได้

I hope the weather will keep. ฉันหวังว่าอากาศจะเป็นเช่นนี้ต่อไป

I need a change of clothes. ฉันต้องการได้เสื้อผ้าสำหรับผลัดชุดหนึ่ง

We can go on playing.The night is young. เราเล่นกันต่อไปก็ได้ยังหังค่ำอยู่

Nothing of the sort. ไม่ใช่เช่นนั้นเลย

We were paid in kind. เขาให้ค่าจ้างเราเป็นของ(ไม่ใช่เงิน

Please stay to keep him company. ช่วยอยู่เป็นเพื่อนเขาหน่อย

I don't care for his company. ฉันไม่ชอบเกี่ยวข้องกับคนอย่างเขา

I don't care for frog. ฉันไม่ชอบกินกบ

Do you care for a drink? เหล้าสักแก้วเป็นไง

Spare my blush! อย่าพูดให้ฉันอายเลย

So that's your little game! อ้อ! มาไม้นี้รึ

All in good time,please. โปรดอย่ารีบร้อน(ให้ถึงเวลาเสียก่อน)

Listen,my good man! ฟังนะพ่อตัวดี(เป็นคำต่อว่าหรือประชด)

Nothing doing. อย่างนั้นไม่ได้แน่

Hold on! ช้าก่อน

Give him a big hand. ตบมือให้เขาหน่อย

That's more like it. เออ อย่างงั้นค่อยเข้าท่าหน่อย

He often look in on me. เขาแวะมาเยี่ยมฉันประเดี๋ยวประด๋าวบ่อยๆ

Look sharp! เร็วๆเข้า(ไม่ใช่มองดีดี)

Look out! ระวัง(ไม่ใช่ให้โผล่ออกไป)

He is to blame for a mistake. เขาเป็นผู้ที่ควรถูกตำหนิสำหรับความผิดเรื่องนี้(ไม่ใช่ to be blame)

 

เหอๆ ที่จริงมีเยอะกว่านี่ เดี๋ยวมันยาวไป เอาแค่นี้ก็พอแล้วเนอะ

ปล.Grammarman สอบเสร็จแล้วน๊า... เหลือแต่สอบ O-Net ก็เสร็จแล้วหล่ะ

ปล2.Entry หน้า ไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไร (ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะเขียน ปล.ทำเพื่อ?)

 

 

 

 

คุณเข้าใจไหม

posted on 01 Nov 2007 18:22 by kickapu in Idioms

วันนี้ว่าด้วยเรื่องประโยคที่แสนจะประหลาดของชาวต่างชาติ อาทิเช่น ชาวอังกฤษ

เริ่มด้วยประโยคที่ว่า

Does that make sense?

คำนี้จากสถิติที่ Grammarman เที่ยวเอาไปถามใครหลายต่อหลายคน เพื่อนๆ ก็แล้ว พี่ๆ ก็เรียบร้อย ต่างก็ตอบเป็นแนวเดียวกันว่า

มันทำให้เกิดความรู้สึกรึเปล่า

อ๋อย! ถ้าแปลแบบนี้จริงๆ ขำตายแย่

เอ๊ะ! มันแปลว่าอะไรกันนะ Grammarman บอกหน่อยสิ เหอๆ Grammarman ก็กำลังจะบอกนี่แหละค่ะ (เหอๆ Gramarman มันชอบเล่นกับตัวเองค่ะคุณน้อง อย่าไปสนใจ)

Does that make sense? มีความหมายเหมือนกัน Do you make sense?

แปลว่า คุณเข้าใจรึเปล่า (ที่อธิบายไปน่ะ เข้าใจมั๊ย)

เหมือนกันเลยกับ

Do you understand?  อย่างนี้ค่อยคุ้นหน่อย

เมื่อเราอธิบายอะไร แล้วสงสัยว่าที่อธิบายไปซะยืดยาวนั้น คนฟังจะเข้าใจรึเปล่า หรืออาจจะหลับคาตอนที่เราอธิบายซะงั้น

อ่ะ เมื่อพูดแล้วจะจบมันก็ไม่จบ ยังมีแถมมาเรื่อยๆ

 

Do you read me? แถมไปอีกเลยก็ได้ แปลว่า เข้าใจไหม

แต่คำนี้แปลได้อีกแบบ คือ เวลาเราสั่งคนนั้นคนนี้ทำอะไร สามารถกำชับเค้าไปได้ว่า

Do you read me? ได้เช่นกัน เหมือนมีอำนาจนิดหน่อย หมายถึง รู้แล้วใช่มั๊ยเมื่อฉันสั่งคุณควรทำอะไรต่อไป

ค่อนข้างดูเจ้ากี้เจ้าการไปนิด

พูดถึงคนอังกฤษแล้ว สำเนียงจะแตกต่างกันสิ้นเชิงกับคนอเมริกัน (อเมริกันชน)

อย่างคำใกล้ตัวว่า Do you understand? คนอังกฤษจะไม่ได้ออกเสียงว่า "ดูยูอันเด่อะสแตนด์"

แต่กลับออกเสียงว่า "ดูยูอันเด่อะสตั้น" ฟังดูแรกๆก็เพี้ยนไปนะ ขึ้นอยู่กับ sense

เอาเป็นว่า entry นี้เราจะพูดแบบเรื่อยเปื่อยละกัน

คิดออกอีกสำนวน

เวลาเรามีเรื่องสำคัญอะไรอยากจะบอกให้คนอื่นทราบ หรือมีข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ตามแต่

Have I got news for you! 

ก็เป็นสำนวนที่อาจจะเจอมากในหมู่คนอเมริกัน หมายถึง ฉันมีเรื่องจะบอกคุณ

ดูดีกว่าที่จะพูดว่า listen! ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนกับเป็นการบังคับกันมากเกินไป แล้วไม่ดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง

entry หน้า Gramarman กะว่าจะแปลหลักไวยากรณ์แบบสนุกๆจากตำราอังกฤษมาให้ได้อ่านกัน

น่าจะขำหรือตลกก็ติดตามอ่านกันดูนะคะ

และก็จะนำเสนอหลักไวยากรณ์ที่คนไทยกับชาวต่างชาติเรียนไม่เหมือนกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหล่ะ

มีบ่อยครั้งที่แอบน้อยใจว่าทำไมคุณครูถึงสอนภาษาไม่เหมือนกับที่เจ้าของภาษาเค้าเรียนกัน (หรือเป็นเพียงแค่โรงเรียนเรากันแน่นะ) อาจเป็นเพราะชอบศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองถึงได้รู้ว่า ไอ้จุดเล็กจุดน้อยเนี่ยแหละที่เรามองข้ามไป  คิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ที่ไหนได้ เนี่ยแหละ คือกุญแจสำคัญ สามารถนำเราไปสู่ความสำเร็จได้ในอนาคต มันสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่เรามีต่อภาษาอังกฤษได้มากอย่างที่ไม่คาดคิดเลยทีเดียว

เลยเอาเพลงนี้มาให้ฟังแก้เลี่ยน (ของศิลปินสุดโปรด)

What dreams are made of - Hilary Duff

ฟังทีไรขนลุกทุกที แหม ร้องได้ถึงใจจริงๆ

      

แหม ดีอีกแล้ว มีเนื้อมาให้ด้วย

Hey now, Hey now
Hey now, Hey now

Have you ever seen such a beautiful night
I could almost kiss the stars for shining so bright
When I see you smiling I go oh, oh, oh
I would never want to miss this
Cause in my heart i know what this is

Chorus:
Hey now, hey now,
This is what dreams are made of
Hey now, Hey now
This is what dreams are made of
I've got somewhere I belong
I've got somebody to love
This is what dreams are made of

Have you ever wondered what life is about
You could search the world and never figure it out (figure it out)
You don't have to sail the oceans no, no, no
Having this is no mystery it's here and now
It's you and me yea

Chorus x 1

(Hey now, hey now, hey now, hey now, hey now, hey now, hey now)

Open your eyes (This is what dreams are made of)
Shout to the skies (This is what dreams are made of)
When I see you smiling I go oh, oh, oh
Yesterday my life was duller
Now everything is technical color

Hey now, hey now,
This is what dreams are made of
Hey now, hey now,
This is what dreams are made of
I've got somewhere I belong
I've got somebody to love
This is what dreams, dreams
This is what dreams are made of
Hey now, hey now (hey, hey, hey)
Hey now (hey, hey, hey)
This is what dreams hey now, hey now (hey, hey, hey)
This is what dreams are
Dreams are made of

ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงนะคะ Gramarman เป็นกำลังใจให้ค่ะ

   

Go for it!

posted on 23 Oct 2007 13:51 by kickapu in Idioms

เมื่อก่อนเคยเอาสำนวนมาลงแผงขายเป็นแพคๆ แต่ตอนนี้เปลี่ยนวิธีใหม่ซะแล้ว ว่าจะขอยกยอดมาเป็น entry หนึ่ง ต่อ หนึ่งสำนวนเลยละกัน เพื่อความเข้าใจมากขึ้น

สำนวนที่ใช้พูดเพื่อชักชวนให้ลงมือทำบางสิ่งบางอย่างนั้นมีอยู่หลายสำนวน ได้แก่

Try it.

Why don't you give it a try? หรือ

Have a go.

แต่สำนวนเหล่านี้ไม่ได้ให้เกิดความรู้สึกว่าให้ลองทำอย่างเต็มที่ เพียงแต่บอกให้ลองทำดูเฉยๆ บอกให้ทำไปงั้นๆ จะทำหรือไม่ทำก็ช่างประไร ทำแล้วไม่ได้ผลก็ช่างมัน

ถ้าคุณเป็นคนยุไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไหร่ก็คงไม่อยากทำหล่ะมั๊ง ฉันไม่ลองเสียงอย่างใครจะทำไม

แต่ถ้าพูดว่า Go for it. แล้วหล่ะเนี่ย มันจะทำให้่รู้สึกว่าน่าจะลองทำดูอย่างเต็มที่  น่าจะลองทำดูอย่างสุดความสามารถ ซึ่งจะให้ความหมายเป็นนัยๆว่า สิ่งที่จะลองทำนั้นน่าจะดี มีประโยชน์ หรือไม่ก็ให้ความรู้สึกว่าผู้ยุตอนนี้กำลังลุ้นเอาใจช่วยอยู่

เมื่อฟังแล้วก็อาจจะรู้สึกคันไม้คันมือตงิดๆเลยใช่ไหม

เช่น

เพื่อนของคุณกำลังจะลงแข่งขันอะไรซักอย่าง  รู้สึกตื่นเต้นตื่นเต้น ใจคอไม่ค่อยดี เพราะกลัวว่าอาจทำจะทำได้ไม่ค่อยดี

ขืนเราบอก "Give a try." ไป มันก็เหมือนกับบอกว่า  เออ... เล่นไปเถอะ (แพ้แน่)

แต่ถ้าเราพูด "Go for it."  อย่างน้อยก็จะพอมีแรงฮึดบ้างหล่ะ

ตัวอย่าง

Kickapu : I'm up next. Wish me luck. ฉันจะลงแข่งแล้วนะ อวยพรหน่อยสิ

Kong : Go for it! สู้ๆ เต็มที่เลยพวก

เหอๆ มีกำลังใจขึ้นเยอะ