Adjective Clause ตามติดนาม

posted on 17 Jan 2012 13:46 by kickapu in Grammar directory Knowledge
Hi, everyone! สวัสดีค่ะทุกคน                   

ชื่อหัวเรื่องวันนี้ก็เป็นแปลกๆเนอะ ไม่รู้อะไร อ่า เป็น งง งง

Adjective Clause คือ hero อีกผู้หนึ่งค่ะ ที่จะช่วยให้เราแยกแยะและวิเคราะห์ประโยคได้
Adjective Clause ช่วยให้หลายคนเป็นเซียนในการพูดภาษาอังกฤษมานักต่อนัก

ถ้าขาด Adjective Clause ชีวิตของผู้พูดภาษาอังกฤษคงเรียบง่ายเกินไป
เพราะ  Adjective Clause จะมาเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตของเรา ซับซ้อน ขึ้น
และ    Adjective Clause  ก็มาเพื่อเพิ่มความละเอียดให้กับเราด้วย

น่าสนใจใช่มั๊ยหล่ะคะ พร้อมทำความรู้จักแล้วหรือยัง

เอางี้ก่อน เราต้องรู้จักก่อนว่าเจ้า Adjective Clause นี่เป็นเยี่ยงใด ไม่เห็นอธิบายซักที
หุหุ งั้นเราก็ขอย้อนอดีตนิดนึง

เรารู้จัก Adjective กันอยู่แล้ว เรารู้ว่า Adjective เนี่ย มีหน้าทีขยายคำนามใช่ไหมคะ
เรารู้ว่า Adjective วางไว้ได้สองตำแหน่ง คือ อยู่หลัง verb to be และ อยู่หน้า noun ที่มันขยาย ถูกไหม

Adjective Clause ก็เช่นกันค่ะ หน้าที่ของมันคือ ขยายคำนาม
ส่วนตำแหน่ง อยู่หลัง noun ที่มันขยาย อยู่ติดกันเลยนะ ห้ามแยกกันไปไหน
เหมือน ชื่อหัวเรื่องเลย Adjective Clause ตามติดนาม



ต่างกันที่ Adjective Clause เป็น   ประโยค
     ส่วน   Adjective           เป็น   คำ

มาดูความแตกต่างของพวกเขาทั้งสองกันเลยค่ะ

Adjective >>            She is pretty.           เธอน่ารัก  (วางไว้หลัง v. to be)
                             She is a pretty girl.    เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก  (วางไว้หน้า noun ที่มันขยาย)

Adjective Clause >>  She is a girl who is pretty. เธอเป็นผู้หญิงผู้ที่น่ารัก (ตามติด noun ที่มันขยาย)

ว่าวๆ ง่ายเนอะ
เจ๋งสุดๆเลย

เรามาดูลึกๆกันอีกครั้ง Adjective Clause ทำให้ชีวิตของเรามีสีสัน ซับซ้อน ไม่เรียบง่ายได้อย่างไร
 
สังเกตุไหมว่า
She is a girl who is pretty. มาจาก 2 ประโยครวมกัน

นั่นคือ >> She is a girl. + She is pretty.   โห เปลืองน้ำลาย

หากเมื่อเรารู้จัก Adjective Clause แล้ว เราจะยังแต่งประโยคง่ายๆอยู่อีกไหม คงไม่ท้าทายเลย
งั้น เราจะเลือกใช้ประโยคอย่างง่าย หรือว่า อย่างซับซ้อนดีเอ่ย

ถ้าเราตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ว่า ฉันหรือผมจะเลือกใช้ประโยค ที่ซับซ้อน มันท้าทายความสามารถดี
 
หุหุ นี่เลย Grammarman ขอแนะนำ ให้ยึดสูตร 2 becomes 1 ไปใช้ได้เลย จาก 2 รวมเป็น 1 ประหยัดน้ำลาย

สูตร 2 Becomes 1 พึ่งพา Hero

Hero มี 8 ตัว ได้แก่

who    ตามติด คน (ประธาน)
whom            คน (กรรม)
which             สิ่งของ หรือ อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่คน
that               ทุกอย่่างที่ขวางหน้า  (ไม่เป็นทางการ)
whose            คน (แสดงความเป็นเจ้าของ)
when              เวลา
where             สถานที่
  -                  ทุกอย่าง (ไม่เป็นทางการ)

(-) มาจาก การละ that เพราะ ขี้เกียจพูด

มาลองฝึกกันแบบชิวๆ ไม่เครียดดีกว่าค่ะ
 

เริ่มต้นจาก การใช้ who / whom ก่อนเลย

สมมุติว่า เรามี 2 ประโยคอย่างง่ายอยู่ในหัว คือ She is my mother. และ I love her a lot. จะยุบให้เป็นประโยคเดียวได้อย่างไร

ติ๊กต่อก

ติ๊กต่อก

ติ๊กต่อก


เย้ๆๆ คิดออกแล้ว เราต้องมาคิดว่า เนื้อความอะไรที่มันมีความหมายซ้ำกัน


She is my mother. และ I love her a lot.

คงเป็น mother กับ her สินะ ถูกต้อง!!! ดิ๊งด่อง เอาไปเลย 10 แต้ม

เคล็ดลับ อะไรที่มีความหมายซ้ำกัน ให้ตัดตัวใดตัวหนึ่งออก

แล้วจะตัดอะไรออกดีหล่ะ ตัด mother ดี หรือว่าตัด her ออกดี  
 หัวคิดไม่ออก โอ้ยปวดหัว

ถ้าเราตัด mother ออก เราก็ไม่รู้น่ะสิว่า her คือใคร งั้น เรา ตัด her ออกดีกว่าเนอะ
 
หลังจากที่ได้ตัด her ออกแล้ว ให้เราเลือกว่า จะเลือกใช้ Hero ตัวไหน ระหว่าง who หรือ whom ดี

ในประโยคนี้ แม่ถูกรัก หรือ แม่รักเอง คะ?

แม่ถูกรักค่ะ ดังนั้น แม่เป็น กรรม ของประโยค ถ้าเป็นกรรมของประโยคแล้ว เป็นคนด้วย เราจำเป็นต้องใช้ Hero ตัวไหนคะ กลับไปดู hero ของเรา


ใช่แล้ว ใช้ whom ถูกต้องที่สุด เย้ๆๆ เจ๋งเลยค่ะท่านผู้อ่าน เรามาไกลระดับนึงแล้ว

ที่นี้เมื่อตัด her ทิ้ง ก็ให้ใส่ whom ลงไปหน้าประโยค แบบนี้

I love her a lot.  >> whom I love a lot.  >> แล้วจับไปตามติด คำว่า mother ซะเลย เพราะตอนนี้ ขยาย mother อยู่ บอกว่า mother เป็นผู้ที่ฉันรักมาก

แบบนี้

She is my mother whom I love a lot.

ดังนั้น whom I love a lot ก็คือ Adjective Clause ดีดีนี่เอง

เห็นมั๊ยคะ ไม่ยากเลยใช่ไหม

เอ๊ะ ในเมื่อเราใช้ Adjective Clause เป็นแล้ว
ยุบประโยคจาก 2 รวมเป็น 1 ก็เป็นแล้ว

ขอย้อนกลับมาอีกทีว่า เราวิเคราะห์ประโยคแบบนี้เป็นไหม อะไรคือประธานหลัก อะไรคือกริยาหลัก และอะไรคือกรรมหลักในประโยคนี้เอ่