ประโยคความรวม ตอนที่ 1

posted on 19 Aug 2011 09:46 by kickapu in Grammar
สวัสดีก๊าฟ entry ที่แล้ว พูดถึงเรื่อง ประโยคความเดียว แต่พอมา entry นี้ อยากมีแฟนเด็กซะงั้น
 
นี่แหล่ะค่ะ ประโยคความรวม Compound Sentence อยากมีแฟนเด็ก ฮิฮิ เป็นเด็กผู้ชาย น่ารักๆ มิมิ >w<
 
มาเริ่มเลยดีกว่า
 
I want to have a baby boyfriend. ฉันอยากมีแฟนเด็ก (มันเด็กทารกเลยนะนั่น ฮ่าๆๆ)
 
แต่งประโยคอย่างงี้มั่วอ่ะ ไม่เอา แต่งใหม่ๆ
 
I want to have a boy to be my fan. ฉันอยากได้เด็กมาเป็นแฟน (นั่นมันพัดลม ฮ่าๆๆ) 
 
คนนี้แฟนหนู น่ารักมิก๊ะ
 
 
ความคิดท่านผู้อ่านขณะนี้: เนี่ยมันบล็อคอะไรกันเนี่ย
 
 
มาลองดูประโยคเมื่อกี้ดีๆใหม่นะคะ มีสาระนะนั่น กว่าจะคิดได้ แหะๆๆ
 
Grammarman บอกว่าอยากได้แฟนเด็ก แต่เด็กที่จะได้เป็นแฟนของ Grammarman นั้นจะต้องเป็นผู้ชายช่ายมิก๊ะ ก็คือ boy
 
คิดหรอคะ แค่นี้จะหนำใจ Grammarman
 
Grammarman หลายใจค่ะ ต้องการเด็กหลายๆคน ดังนั้น ต้องการเด็กผู้ชายหลายคน boys (เต็ม s ให้ซะเลย)
 
ที่พูดมาทั้งหมด อยากได้ Fan Boys ค่ะ แฮ่ๆๆๆ
 
และ Fan Boys นี้เอง ก็คือ ส่วนสำคัญ ในประโยคความรวม [เอ๊ะ ดันมาเข้าเรื่องซะงั้น - -'']
 
เรามาทำความรู้จักกับ แฟน Grammmarman ดีกว่า
 
 
Fan Boys แปลงร่างเป็น FANBOYS เพื่อให้ง่ายในการจำ แปลว่าอะไรก็แปลกันเอาเองแล้วนะคะคราวนี้ ฮ่าๆๆๆ
 
 
F = For
A = And
N = Nor
B = But
O = Or
Y = Yet
S = So
 
แต่ละตัวอักษรก็มีความสำคัญและหน้าที่แตกต่างกันออกไป อยากรู้จักแล้วชิมิ จะแนะนำที่ละส่วนค่ะ
 
FANBOYS เอาไว้เชื่อม 2 ประโยคเข้าด้วยกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่เชื่อมด้วย FANBOYS แล้ว จาก 2 ประโยค จะกลายเป็น 1 ประโยคที่มีความรวม ทันที
 
ที่สำคัญ ต้องมี comma นำหน้าเสมอ
 
1. For ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่า สำหรับ แต่ แปลว่า เพราะว่า เหมือน because เลย เขาเป็นเพื่อนกัน
 
มีวิธีสังเกตุง่ายๆ
for ต่างจาก because ตรงที่
        because ไม่มี comma: I love you because you are lovely. ฉันรักคุณเพราะคุณน่ารัก
        แต่ for ต้องใช้ comma: I love you, for you are lovely. ฉันรักคุณเพราะคุณน่ารัก
ระหว่าง for กับ because เลือกใช้คำไหนก็ได้ตามสบายเลยค่ะ แต่อย่าลืมเลยน๊าว่ามันต่างกันตรงไหน ตรงที่หน้า for ต้องมี comma เสมอ
 
แต่ถ้าเจอคำว่า for ที่ไม่มี comma แสดงว่าคำนั้นแปลว่า สำหรับ เป็น preposition จ้า
ดูซิต่างกันยังไงน๊า
        This is a gift for you. นี่คือของขวัญสำหรับเธอ
        This gift is yours, for I bought it for you. ของขวัญชิ้นนี้เป็นของเธอเพราะฉันซื้อให้เธอ
ความหมายต่างมั๊ยคะ ระหว่างมี comma กับไม่มี
 
2. And แปลว่า และ พวกเราทุกคนคุ้นเคยกันดี
เชื่อมประโยคกับประโยค (compound sentence) ต้องมี comma เสมอ เช่น
I love swimming, and I love singing. ฉันรักการว่ายน้ำและการร้องเพลง  (มันเข้ากันตรงไหน - -'')
 
แต่งสั้นๆกว่านี้ได้ I love swimming and singing. >> สั้นมากๆ (แต่เป็น simple  sentenceเพราะ and เชื่อม คำกับคำ)
 
และประโยคยาว กับ สั้น มันต่างกันตรงไหน ก็แปลได้เหมือนกัน ต่างกันตรงที่ว่า ถ้ามี comma เชื่อมประโยคกับประโยค ถ้าไม่มีคือการเชื่อมคำกับคำ ฮิฮิ
 
3. Nor แปลว่า และ... ไม่ ต่างจาก and ตรงไหน มาดูกันเถอะ
 
ลองสังเกต 2 ประโยคนี้ค่ะว่า ต่างกันตรงไหน
My dad doesn't smoke, and my brother doesn't smoke either. พ่อไม่สูบบุหรี่และพี่ก็ไม่สูบบุหรี่ด้วย
My dad doesn't smoke, nor does my brother. พ่อไม่สูบบุหรี่และพี่ก็ไม่สูบบุหรี่ด้วย
ต่างกันตรงไหน ความหมายเหมือนมาก แต่รูปประโยคต่าง

เพราะ nor เป็นรูปปฏิเสธในตัวเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ not อีก
จาก ..., nor my brother does not กลายเป็น ..., nor my brother does
 
เพราะ nor ต้องใช้กฏการสลับตำแหน่งประธานและกริยาช่่วยเสมอ (inversion)
จาก ..., nor my brother does กลายเป็น ..., nor does my brother
เย้ๆ
ที่สำคัญ ประโยคคล้อยตามปฏิเสธ ประโยคที่สอง ไม่จำเป็นต้องใส่กริยาอีก เพราะประโยคแรกกล่าวถึงกริยาไปแล้ว ขี้เกียจพูดอีก ใส่แต่กริยาช่วยก็พอ แต่ต้องเป็นตัวช่วยบอกเล่าน๊า อย่าเผลอๆ
ฝึกๆๆๆ
ลองเปลี่ยนกันหน่อยๆ

I am not British, and Jacob is not British either. ฉันไม่ใช่คนอังกฤษและเจค่อปก็ไม่ใช่คนอังกฤษเช่นกัน
เปลี่ยนเป็นประโยคแบบ nor ยังไงดี
.
.
.
I am not British, nor is Jacob. ฉันไม่ใช่คนอังกฤษและเจค่อปก็ไม่ใช่เช่นกัน
งงมั๊ยคะ ไม่งงเนอะ

ลองทำใหม่ด้วยกันนะ
..., and Jacob is not British >>> ..., nor Jacob is British >>> ..., nor is Jacob
                                                  เอาปฏิเสธออก                 สลับตำแหน่งกริยาช่วยกับประธาน
 
ที่สำคัญ ในกรณีนี้ กริยาช่วย is ทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก ก็เอาไว้เหมือนเดิม ส่วน British ก็ไม่ต้องใส่อีก เพราะพูดไปแล้ว เจ๋งมิๆ ลองฝึกบ่อยๆค่ะ
 
4. But แปลว่า แต่ (ทุกคนก็คุ้นเคย ใช้เชื่อมความขัดแย้งแบบธรรมด๊าธรรมดา จริงๆ)
 
I love English, but he doesn't. ฉันชอบภาษาอังกฤษแต่เขาไม่ชอบ
 
อย่าลืม ต้องมี comma หน้า but