Small Talk \(^o^)/

posted on 23 Aug 2009 20:23 by kickapu in Speaking

คุณรู้จัก Small Talk ไหม?

รู้จักสิถามได้ ก็ใช้คุยโทรศัพท์อยู่เกือบทุกวัน

Grammarman ทำการสำรวจเล็กๆน้อยๆ ก่อนหน้านี้ โดยการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตบ้างอะไรบ้าง พบว่า กว่า 80% (เวอร์ไปงั้น) จะพบนิยามของเจ้า Small Talk เกี่ยวกับ phone, phone, phone, และก็ phone

ส่วนใหญ่หลายๆคนอาจคิดว่า Small Talk เนี่ย คือหูฟังโทรศัพท์แต่เพียงอย่างเดียว อะจึ๊กๆ

วันนี้หล่ะ Grammarman จะเปิดเผยความจริง (ตื่นเต้นๆ)

V

V

V

Warm-up Questions (คำถามอุ่นเครื่อง) :

What is Small Talk?

>>> Small Talk is pleasant or light  conversation about common interests or everyday things.

>>> Small Talk คือ การสนทนาแบบสบายๆ(ที่พึงประสงค์ด้วยนะ)เกี่ยวกับเรื่องหรือความสนใจทั่วไป

อาจจะเป็นการถามสารทุกข์สุกดิบบ้างอะไรบ้าง แล้วแต่ว่าคุณจะสร้างบทสนทนานั้นตามโอกาส

>>> Small Talk จัดอยู่ใน Exchaning News (การแลกเปลี่ยนข่าวสาร)

จะพบ คำพ้องความหมายหรือพูดง่ายๆ คำที่มีความหมายเหมือนกัน (Synonyms) ได้ดังนี้

Chitchat = การคุยเล่น

Banter = การล้อเล่นทำให้ขบขัน

Casual Conversation = การสนทนาโดยบังเอิญ

idle Conversation =  การสนทนาแบบง่ายๆ สไตล์ขี้เกียจๆนิดนึง (ก้ากๆ)

รวมไปถึง Table Talk = คือการสนทนาบนโต๊ะอาหาร

V

V

V

When do we use Small Talk? (เราใช้ Small Talk เมื่อไหร่)

>เมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณต้องการ

Who do we use small talk with? (เราใช้ Small Talk กับใคร)

>ใครก็ได้ที่คุณต้องการ (บ้าเปล่า) หมายถึง อาจจะเป็นเพื่อน ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง คนสนิทหรือไม่สนิทก็ได้ แต่ต้องดูสถานะว่าสมควร talk แบบไหน ตามระัดับความสนิทสนม

Let's see how to make Small Talk! (มาดูว่าเราจะ Small Talk ได้ยังไง)

>ง่ายมากๆ

เพียงแต่คุณมีความสามารถในการประเมินสถานการณ์ต่างๆอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว และว่องไวแบบมืออาชีพ (มั่วไปงั้นแหล่ะ ดึกแล้วรั่ว)

เราสามารถพูดได้โดยไม่ต้องไปสนใจไอ้ไวยากรณ์อะไรมากมาย แค่เข้าใจกันก็พอ โดยมี Strategy (กลยุทธ์) ขั้นเทพ ดังนี้ เอิ้กๆ

>Strategy 1 เราต้องสามารถ Start Converstion ได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สร้างความสัมพันธ์อันสั้น

>Strategy 2 อย่าปล่อยให้การสนทนาของคุณเงียบหรือหยุดชะงักไปเหมือนหิมะน้ำแห็งอันเยือกเย็น คุณต้องทำลายมันไปซะ

คือการ "Break the ice" (ทำลายความเยือกเย็น) ในกรณีฉุกเฉิน

>Stretegy 3 ส่วนมาก Small Talk คือการ สนทนาอย่างรวดเร็ว ทักทายเฉยๆ แล้วก็จากไป ดังนั้น คุณต้องหาวิธีออกจากบทสนทนานั้นอย่างมีมารยาทขั้นเทพ ไม่ทำร้ายจิตใจคู่สนทนาแล้วแต่สถานการณ์ มันคือ Ending Conversation (การจบบทสนทนา) ที่ดีนั้นเอง

มาดูตัวอย่างกัน

>ในบทสนทนานี้เป็นการสนทนากันระหว่างเพื่อนร่วมงานสองคนที่บังเอิญเจอกันในทางเดินของตึกทำงาน

Dave : Morning Jane.

ดีเช้าเจน

Jane : Oh, morning Dave, how are you?

โอ้ ดีเช้าเด็ฟ บายดีเปล่า

Dave : Fine thanks. Have a good weekend!

ดีขอบใจ เสาร์อาทิตย์นี้ขอให้สนุกนะ

Jane : Yes thanks. Catch you later!

อื้อ ขอบคุณ แล้วเจอกัน

Dave : OK, see you!

จ้า เจอกัน บาย

โห ง่ายจริ๊ง!!!

V

V

V

ช่วงต่อไป Grammarman มีสำนวนง่ายๆ (Common Phrases) ในการใช้ Small Talk มาฝาก แถมด้วยการออกเสียง (Pronunciation) ไปฟรีๆไม่คิดตังค์

ต่อด้วย ระดับความเหมาะสมในการพูด (Register)

>>>(F) = Formal (เป็นทางการ)

>>>(I) = Informal (ไม่เป็นทางการ)

 

Excuse / Pardon me. (F) > ขอโทษครับ/ค่ะ

>>> นี้คือกลยุทธ์ทั่วไปในการขอเข้าแทรกไปคุยอย่างไม่น่าเกลียด

How's life? (I) สบายดีมั๊ยครับ/คะ

>>> สำนวนนี้ต้องพูดกับคนสนิทนิดนึง เพราะเป็นสำนวนที่เป็นกันเองหน่อยๆ

How's it going? [Howzit going?] [ฮาวสิท โกหวิ่น?] (I) สบายดีเปล่า

>>> อันนี้ก็เป็นกันเอง

How are you doing? [Howyuh doin?] [ฮาวยู ดู๊หวิ่น?] (F/I) สบายดีมั๊ยครับ/คะ

>>> อันนี้ใช้พูดกับใครก็ได้

 

ต่อด้วยสำนวนการถามสารทุกข์สุกดิบ ทำนองว่า ไปทำไรมาก่อนหน้านี้ หรือ เป็นไงมั่งก่อนหน้านี้

So, what have you been up to? [ So, whatuhvyuh bin up to?]

[โซะ วอทดั้พยู บินนั้บ ทู๊?] (I) ไปทำอะไรมาหรอ

>>>  จะได้รู้ว่าเขาไปทำไรมา เนี่ยะคือการถามแบบมีมารยาทสุดๆ (แต่คนไทยบางคนเรียกว่าสอดแบบเนียนๆ)

 

ส่วนสำนวนข้างล่างนี้ถามถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

What are you doing / up to? [Watcher doin/ up to?] [วอทเชอร์ ดู๊หวิ่น/ อั้พทู๊] (F/I)ทำอะไรอยู่หรอ

>>> แปลกเนอะ ก็เห็นๆอยู่ว่าทำอะไร ถามไปงั้นแหล่ะ

What's going on?[What's goin on?] (I) มีอะไรกันหรอ ก็หมายถึง ทำอะไรนั่นแหล่ะ

What's happening? [What's happenin?]  (I) มีไรเกิดขึ้น ก็ราวๆว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่ อีกเหมือนกัน

What's up? [Wossup?] [วอสสั้บ?] (very informal = โคตระ informal) ไงพวก

>>> ต้องใช้กับคนสนิทๆกันจริง หรือเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่งั้นก็กับคนที่วุฒิภาวะตำกว่า

 

สุดท้ายเป็นการถามแบบสอดแนมว่าเขาจะไปไหน ขอให้สอดแบบนี้

Where are you going / headed? [Where yuh goin / eaded?] จะไปไหนหรอคะ / จะพุ่งหน้าไปไหน (โหย แปลแบบขำได้ใจ เอาซะพุ่งไปไหน แต่คุณผู้อ่านก็เข้าใจเนอะ ก้ากๆ

 

หวังว่าคราวหน้าเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันเกียวกับกลยุทธ์ Exchanging News (การแลกเปลี่ยนข่าวสาร)กันต่อไป เพราะ Small Talk เป็นแค่ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งใน Exchaning News เท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีเด็ดๆในมารยาทการคุยอีกเป็นโข ซึ่งพูดวันเดียวไม่จบ ความยาวประมาณสองสามกิโลเมตร

เพราะฉะนั้น มีวิธีเดียว คือ โปรดติดตามตอนต่อไป เกิ้กๆ 


References : 

                  www.yourdictionary.com

                  www.wikipedia.com

                  http://esl.about.com

                  (ใน Internet ท๊างน๊าน)

Comment

Comment:

Tweet

#11 By (27.55.194.141|27.55.194.141) on 2015-09-02 20:11

tongue surprised smile

#10 By (180.183.173.122|192.168.200.107, 180.183.173.122) on 2014-09-26 18:15

ทามรัยwink

#9 By (180.183.173.122|192.168.200.107, 180.183.173.122) on 2014-09-26 18:14

#8 By uyrteyhhj (180.183.173.122|192.168.200.107, 180.183.173.122) on 2014-09-26 18:13

#7 By lachuman007@hotmail.com (103.7.57.18|58.8.120.215) on 2012-05-23 21:41

เข้าใจง่ายดีค่ะ อ่านแล้วไม่ค่อยงงbig smile

#6 By OะสุRAJIกร๊าก (180.183.162.216) on 2012-01-09 14:15

อ้าว เพิ่งรู้ว่าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใชช่โทรศัพท์ได้ด้วย 55
ความรู้ใหม่นะเนี่ย

แถมเก็บสำนวนไปฝึกต่อ big smile

#4 By HeDw!g on 2009-08-24 16:52

เพิง่รุ้ว่า small talk คืองี้เองconfused smile Hot!

#3 By sage_nu on 2009-08-24 00:24

ได้อะไรดีๆ เยอะแยะ รอติดตามต่อจ้า
Please continue soon open-mounthed smile << มันมั่วอีกแล้ว

#2 By elRion on 2009-08-23 23:26

อู้ววววว แแหล่มเลยยย open-mounthed smile

#1 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-08-23 23:05