Word and Sentence Stress (1)

posted on 10 Aug 2009 23:23 by kickapu in Pronunciation

โอโย้ยโย๋  Pika Pika Pikachu!! มาทักทายกันแบบ Grammarman

กว่าจะโผล่หน้ามาอั๊พได้นะ Grammarman  ก็มันคิดไม่ออกว่าจะอั๊พอะไรดี แอ๊บแบ๊วดีมิ

ไอ้สอนภาษาอังกฤษน่ะใครๆก็ทำได้ แต่จะทำให้มันน่าสนใจและแปลกใหม่นี่สิ มันไม่ง่ายเลย ต้องงัดแงะกลยุทธ์หลายอย่างทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำมุขให้แป้ก อาโฮะๆ Grammarman ก็เลยพยายามที่จะหาอะไรที่แปลกใหม่มานำเสนอเข้าไว้ แต่ภาษายังไงๆมันก็อยู่อย่างงั้นมันไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหรือแปลกใหม่ไปไหน นานๆทีจะโผล่สำนวนแปลกๆมาทีนึง 

เอาอย่างงี้แล้วกัน Grammarman เลยอยากที่จะนำเสนออะไรที่ เหมือนเดิมๆ แต่เป็นความเหมือนเดิมที่แตกต่างหรืออาจจะแปลกใหม่สำหรับใครบางคน จะได้ไม่น่าเบื่อกัน (เอ๊ะ มันมีงี้ด้วยหรอ) ไอ้ที่พวกเรารู้กันอยู่แล้วถ้าเอามานำเสนอมันก็น่าเบื่อ แล้วใครจะมาอ่านบล็อคของ Grammarman กัน งือๆ

 

ถ้าตอนนี้คุณเหลือบขึ้นไปดูแถบ Title ของ Entry นี้จะเห็นคำว่า Word and Sentence Stress

อยากให้เราลองติดตามและพิจารณาดูว่ามันมีหลักการและสำคัญอย่างไร ที่สำคัญ Grammarman มีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างจากที่เราเคยเรียนและรู้ๆกันมาอย่างไร

What is word stress?

ขอให้พวกเราลองพยายามออกเสียงคำเหล่านี้ด้วยตัวเอง

qualify, banana, understand

ให้สังเกตจะเห็นว่าแต่ละคำจะมี 3 พยางค์  และแต่ละคำจะมีอยู่ 1 พยางค์ที่ออกเสียงชัดกว่าพยางค์อื่นๆ ถ้าไปเปิดดูในดิกชันนารี หรือไม่ก็ฟังจาก native speaker จะได้ยินเสียงเน้นเหมือนๆกัน (*พยางค์ที่แสดงเป็นตัวพิมใหญ่ หรือ captitals [บรรทัดข้างล่าง] คือ พยางค์ที่เน้นเสียง (stressed syllables) นะจ๊ะ)

QUAlify , baNAna and underSTAND (understand มีสามพยางค์นะคะ)

พยางค์ที่เน้นเสียงนั้นจะมีระดับเสียงที่่ต่างจากพยางค์อื่นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นเสียงสระก็จะยาวกว่า

ตารางข้างล่างนี้ก็จะแสดงการเน้นเสียงที่มีได้ทั้ง พยางค์แรก พยางค์ที่สอง และพยางค์สุดท้าย (สำหรับคำที่มี 3 พยางค์เท่านั้นนะ)

* O = stressed syllables , o = unstressed syllables

 

Ooo

oOo

ooO

SYLlabus

enGAGEment

usheRETTE

SUBstitute

baNAna

kangaROO

TECHnical

phoNEtic

underSTAND

 

 แหมๆ ไม่สะใจเลย ถ้าอัดเสียงได้จะอัดมาให้ฟังและ อธิบายไม่สะใจเลย แต่ทำไม่เปง งือๆ

 แต่ถ้าในกรณีที่เราสังเกตไม่ได้ว่าแต่ละคำมันเน้นพยางค์ไหนหล่ะ ก็ลองเอาคำพวกนั้นมาเป็นคำถามดู จินตนาการเมื่อเราถามคำถามแบบประหลาดใจ

SYLlabus? baNana? KangaROO?  งือๆ บางคำก็ง่ายที่จะหาจุดเน้น แต่บางคำเนี่ยสิขอแนะนำให้เปิดดิกชันนารีกันและฟังภาษาอังกฤษกันบ่อยๆ มันไม่ใ่ช่ภาษาเรานี่ มันต้องอาศัยความหมั่นเพียรในการจดจำหรือสังเกตบ่อยๆ บางครั้งมันขึ้นอยู่ที่ sense เพราะถ้าคุ้นเคยกับภาษาแล้วเราจะจับจุดได้เอง มันสมควรที่จะเน้นพยางค์ไหน

เรื่องการ stress เสียง (เน้นเสียง) นี่สำคัญมากเลยนะ stress ผิด 1 จุด เจ้าของภาษาที่ไม่เคยฟังสำเนียงกะเหรี่ยงแบบไทยๆจะไม่เข้าใจแม้แต่นิดเีดียวเลยหล่ะ เขาจะถามคุณใหม่จนคุณต้อง stress ให้ครบทุก steps ทุกพยางค์ เลยก็มี เป็นเรื่องขำขำไป

 What is untressed?

นี่แน่ะ ถ้าคำไหนที่ไม่เน้นก็ไม่ใช่คำที่ Stressed สิก็รู้แล้วน่า เอามาบอกทำไมอีก

เหอะน่าอ่านต่อเหอะ ถ้าอธิบายแค่นี้ก็ไม่ใช่ Grammarman เอาให้มันกระอักเลือดกันไปเลย จะได้จำจำ ไม่มีวันลืม

พวกเรารู้จัก 'schwa'  ไหม (เออะชวา ควบ ชอวอ เข้าด้วยกันแบบเร็วๆ)

มันคือ ə ออกเสียงว่า เออะ สั้นๆแบบไม่เน้น (ตัว e กลับหัว) ก้ากๆ ไม่ขำ

เสียง ə schwa ส่วนใหญ่มักจะปรากฎในรูปของในพยางค์ที่ไม่เน้น เช่น

คำที่ไม่เน้นหรือมีเสียง schwa ในพยางค์แรก คือ

about =  /əˈbɑʊt/

(เออะ'บ๊ะอุทึ) ออกเสียงเร็วๆจะดูเหมือน เออะ'บ้าวท์

คำที่มีเสียง schwa ในพยางค์ที่ 2

paper = /'peɪ.pǀəʳ/ , /'peɪ.pǀɚ/

('เพะอิเพอะ) ออกเสียงเร็วๆ จะดูคล้ายว่าออกเป็น 'เพพเพอร์ ถ้าเป็นสำเนียง rothic แบบอเมริกันจะมีเสียง r แบบม้วนลิ้นห่อปากเข้ามาด้วยก็จะเพราะมากๆ เห็นมั๊ย ตัว r ที่ห้อยโต่งเต่งอยู่ข้างบนตัว schwa มันคือ super R script แสดงความเป็นอเมริกันจ๋าอย่างเห็นได้ชัด

ไอ้ตัวมะยึกมะยือเขาเรียกว่า phonetic symbols คือ สัญลักษณ์แทนเสียง หรือ สัทอักษร กว่าจะพิมพ์ได้แต่ละตัวเหนื่อยนะเนี่ย เพื่อผู้อ่านค่ะ Grammarman ทำได้ fighting!

 คำที่มีเสียง schwa ในพยางค์ที่ 3

engagement = /ɪnˈgeɪdʒ.mənt/ 

(อิน'เก้ะอิ่ึเหมิ่นทึ) ออกเร็วๆ เสียงจะดูเหมือนกับ เิอิ่น'เก้จเหมิ่นท์

ส่วน ที่ทำตัวหนาๆ ให้ออกเสียง ก้องๆ ให้เส้นคอสั่นๆไปเลย

โอย ที่จริงหา font ตัว d กับเลข สาม ที่ติดกันไม่เจอ (ใช้ภาษาให้เข้าใจง่ายๆงี้นี่แหล่ะ ขออภัยที่ขัดใจนักศึกษาภาษาศาสตร์หรือ phonetics ด้วยนะคะ) ให้จินตนาการว่ามันติดกันก็แล้วกันนะคะ ตา Grammarman จะลายก่อน

ส่วนตารางข้างล่างก็คล้ายๆกับตารางข้างบน แต่จะเน้น unstressed syllable เป็นตารางที่แสดงเสียงที่ไม่เน้น

ซึ่งจะเป็นเสียง ə schwa (เออะชวา) มีการขีดเส้นใต้กำกับไว้

 

Ooo

oOo

ooO

SYLlabus

enGAGEment

usheRETTE

SUBstitute

baNAna

kangaROO

TECHnical

phoNEtic

underSTAND

 

คำที่ขีดเส้นใต้การออกเสียงขอเน้นไปในทาง เออะ เออะ เข้าไว้ แบบไม่ต้องเน้นเสียงหนัก หรือแทบไม่ได้ยินเลยก็ได้

อ่ะ ลองออกเสียงกัน

ซิ๊ลเหล่อะบั้ส

เท้คหนิ่เคิ่ล

เหบ่อะแน๊เหน่อะ

เฟินแนดิค

อั๊ชเช่อะเรท

แคงเก่อะรู๊

อั๊นเดอแต้นด์

เห็นตัวอย่างบางส่วนแล้ว ลองไปหัดออกเสียงหรือค้นคว้าเพิ่มเติมได้นะคะ ฟังบ่อยๆ เปิดดิกชันนารีเพื่อดูเสียงเน้นไม่เน้นบ่อยๆ แล้วสำเนียงเราจะดีขึ้นค่ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการฝึกนะ Grammarman ขอแนะนำให้หัดสังเกตไอ้ตัวมะยึกมะยือด้วย (phonetic symbols) เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการฝึกออกเสียงอื่นๆนะคะ ทุกเสียงในภาษาอังกฤษมีสัญลักษณ์แทนเสียงหมดค่ะ เพื่อให้เข้าใจกันทั้งหมดในการออกเสียงสระและพยัญชนะแต่ละตัว

 

ส่วน entry นี้ยังไม่หมดแค่นี้ นี่แค่เรื่อง word stress  ครั้งต่อไปจะมี rules of word stress และ sentence stress ไอ้เจ้าตัวหลังเนี่ยจะแยกออกมาอีกมากมายเลยค่ะที่เราจำเป็นต้องศึกษา

Grammarman ก็จะพยายามทำตัวให้ว่าง และเรามาศึกษาด้วยกันใหม่ค่ะ

รักแฟนๆผู้อ่านทุกคนน๊า ถ้าชอบอย่าลืม Leave Comments เยอะๆนะค๊า

แล้วเจอกันจ้า Catch you later!!

 

References : Kelly, Gerald.2000. How to Teach Pronunciation, Longman., Cambridge English Pronunciation Dictionary.

   ................................................................................

Comment

Comment:

Tweet

Personality,English is a second language as you said.        Practise as much as you can with fun and being serious it's ok.    Making a mistake is normal thing.
sad smile
Yaikak

#14 By Yaikak (1.10.217.86|1.10.217.86) on 2015-08-18 19:31

ขอบคุณมากเลยค่ะหนูกำลังจะสอบเรื่องนี้การสอนก้อเป็นกันเองมากcry

#13 By N'พราว (115.87.137.118) on 2011-09-26 10:35

ก้อ Good คร่า

ให้ความรู้

#12 By Koonking (124.157.146.244) on 2010-09-12 13:03

เป็นความรู้ที่ดีนะ ช่วยได้ม๊ากconfused smile

#11 By am (202.29.21.52) on 2010-08-09 14:38

เป็นความรู้ที่ดีนะ ฮาดิopen-mounthed smile open-mounthed smile sad smile

#10 By am (202.29.21.52) on 2010-08-09 14:35

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ ทำให้เข้าใจขึ้นมากเลย เพราะเรื่องนี้ยากมาก อาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษล้วนเลย พรุ่งนี้ก็สอบเรื่องนี้แล้วไม่รู้ว่าจะทำได้ดีรึป่าว แต่รู้สึกว่ายิ่งเรียนเอกภาษาอังกฤษยิ่งสูงยิ่งยากกกกกsad smile sad smile sad smile

#9 By english teaching 2 (202.29.57.211) on 2010-06-09 19:25

ดีใจจังที่ได้มีโอกาสมาอ่านในบล็อกนี้


เป็นกำลังใจให้นะคะคุณGrammaman

ชอบมากๆเลยคะ เป็นประโยชน์จิงๆ

พอดีหนูกำลังเรียนภาษาศาสตร์อยู่พอดี

สู้ๆคะbig smile

#8 By bee (112.142.43.96) on 2010-02-17 20:35

หุหุ เปนปาโหยดมากมายยเลยย อ่า

ขอบคุงเน้ออเค๊อะส์

#7 By TaRnzDHF on 2009-10-23 21:52

thanks for your sharing!big smile

#6 By mijismartgirl (117.47.47.134) on 2009-09-14 19:02

โอ้ววว

เนื้อหาดีมากค่ะ

Hot!

#5 By Yoneo on 2009-08-19 18:23

ออ้
มีประโยชน์ดีนะครับ :DHot!

#4 By sage_nu on 2009-08-17 21:52

แม่เจ้า ตอนนี้อ่านยังไงก็ได้ยินแต่สำเนียงกะเหรี่ยง ฮ่าๆ
โอย... สำหรับคนไม่ค่อยได้พูด eng นี่ออกเสียงยากจริงๆ ค่ะ ต้องพยายามหน่อยแล้ว

#3 By elRion on 2009-08-12 12:54

โอย.. สงสัยต้องอ่านอีกสามรอบแน่ๆเรื่องนี้ sad smile

#2 By :: KinG MoJi :: on 2009-08-11 19:53

เรียนเรื่องสัทอักษรนี่สุดๆจิง แล้วต้องมาเจอ stress
หนักกว่า เหอๆ ขอบคุณนะ เหมือนได้ทวนเรื่องนี้อีกรอบHot!

#1 By โยคุง on 2009-08-11 08:48