อ่ะจ๊าก ผ่านมาตั้งนาน Grammarman ไม่รู้จักมา update ซะที คนอ่านก็ร๊อ รอ ... นานแสนนาน

Grammarman มาแล้วจ้า ที่จริงไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ ชะแว๊ปไป ชะแว๊ปมาแถวนี้แหละ มาดูว่ามีคนอ่าน blog ของเราไหม ผลปรากฎว่า มีคนเข้ามาดูทุกวันเลยค่ะ แต่ละวันก็ไม่น้อย ก็เลยกลัวแฟนๆจะโกรธเอา หรือไม่ก็ไม่เข้ามาอีกเลย ทำไม Grammarman ไม่มาซ๊ากกกก กะที แวๆ

เมื่อวานนี้แอบเห็น คุณ Chair บอกว่าให้เขียนเรื่อง การสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ อะจ๊าก อันนี้ต้องขอโต๊ดจริงๆนะจ๊ะคนดี Grammarman ยังเรียนไม่จบค่ะ ไม่เคยสัมภาษณ์งานที่ไหนด้วยสิ เคยแต่สัมภาษณ์เข้าเรียนต่อ งุงิๆ จะเขียนก็เขียนได้ แต่มันไม่ใช่ประสบการณ์ตรงก็ไม่อยากเอามานำเสนอเท่าไหร่ เอาเป็นว่าจะนำเสนอเฉพาะเรื่องที่ถนัดละกันนะคะ ไม่อยากเอาของเค้ามา copy

เหอๆ

มาถึงวันนี้ Grammarman อยากจะขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแวะ blog ของ Grammarman อยู่เรื่อยๆ วันไหนผ่านมาเฉยๆก็แวะทักทายกันได้นะคะ ที่กล่องสนทนาน๊า Grammarman จะได้ไม่เหงา หรือฝากข้อความเอาไว้ได้เลยเน้อ... >w<

 

นั่นแน่ กำลังลุ้นอยู่ชิมี๊ ว่าจะเข้าเรื่องกันตอนไหน ชักช้าอยู่ได้ โถๆ ก็ให้โม้หน่อย หายไปนาน

 

คุณผู้อ่านใช้ภาษาอังกฤษกันบ่อยรึเปล่าคะ  ใช้ทำอะไร ถามทำไมอ่ะ ก็ใช้สื่อสารสิ ชิมิ


Everyday notes  มาเกี่ยวอะไรด้วย  จะทำให้มันเกี่ยวนี่หล่ะ เกิ๊กๆ

We use notes to give information or instruction to someone who is not present.

เราใช้  notes เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร หรือ คำสั่ง ถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่กับเรา ณ เวลานั้น

เชื่อว่า หลายๆคนต้องเคยใช้ notes หรือ เขียน notes กันมาบ้างแล้ว

คราวนี้จะเป็นการเขียน notes ภาษาอังกฤษที่มีหลักการนิดนึง มีการย่อนู๊น ย่อนี่ ย่อกันเข้าไป ย่อเยอะๆ เพราะเราขี้เกียจเขียน  หรือเวลารีบจัด เจ้า notes แบบนี้จะช่วยไ้ด้  และยังเป็นที่ยอมรับโดยสากลว่า ใครอ่านแล้วจะต้องเข้าใจแน่นอน เหอๆ

 

Notes naturally contain the minimum words for the message to be clear. This process is called ellipsis. You can leave out more words if you are sure the reader will understand.

notes ปกติแล้ว จะประกอบด้วยข้อความที่น้อยที่สุด แต่อ่านแล้วจะต้องเข้าใจ หลักการนี้เราเรียกว่า ellipsis (การละไว้)

ว๊าวๆ ตื่นเต้นๆ

We can generally leave out first person pronouns to reduce the length of a message.

เราสามารถ ละ สรรพนาม (ประธาน) ที่เป็นบรุษที่ 1 ( I , we) ได้เพื่อลดความยาวของข้อความลง

(I) rang Britney Spear .......... ในวงเล็บ คือ สามารถ ละออกไม่ต้องเขียนก็ได้นะจ๊ะ เปลืองกระดาษกับหมึกปากกา

It also common to remove auxiliary verbs be and have.

v. to be กับ v. to have โดยทั่วไปก็ละได้ เพราะเป็นแค่ v. ช่วย

Jonothan (is) leaving on Sunday.

Meeting (has) (been) cancelled.

The writer can also choose to omit both auxiliary verbs and first person pronouns , but care is needed so that the meaning remains clear. 

ผู้เขียนก็สามารถเลือกที่จะตัดทั้งคำช่วย และ สรรพนามบุรษที่ 1 ได้ แต่ต้องระวังนิดนึงว่าความหมายชัดเจนรึเปล่า

(I) (have) been sick again. (I) (have) gone home.

เห็นมิๆ ทำไมคำว่า been ในประโยคนี้ถึงละไม่ได้ ก็เพราะว่าประโยคนี้เป็น present perfect tense ถ้าตัด been ออกก็ไม่รู้เลยว่าเป็น tense นี้ ประโยคนี้อาจหมายถึง ป่วยมาได้สองสามวันแล้ว วันนี้ก็ยังป่วยอยู่

แต่ถ้า ตัด been ออก เหลือแต่ sick again คนอ่านก็ต้องเข้าใจว่าเป็น present tense เป็นจริงในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ก็แปลไปเลยว่า ฉันป่วยตลอดกาล จริงไหมๆ  โถๆ ล้อเล่น แปลว่าฉันป่วยอยู่นั่นแหละ แต่พูดให้นึกนิดนึงๆ เพื่อให้เห็นความแตกต่างๆ เหอๆ

You can not leave out modal auxiliary verbs, since omiting them will always change the meaning.

คุณไม่สามารถ ละ v.ช่วย ที่เป็น modal verb ได้ เพราะถ้าตัดแล้วความหมายเปลี่ยนทันที ก็ลองดูสิๆ

(I) might ring later.

(I) can't ring later

สองประโยคนี้มี modal verbs เหมือนกันเลย คือ might อาจจะ กับ can't ไม่สามารถ ถ้าตัดออก สองประโยคนี้ความหมายเหมือนกันแย่เลย ไม่ตรงกับใจที่ผู้เขียนต้องการสื่อออกมาจริงๆ

You can leave out article when it's necesary. 

สามารถตัด article ทิ้งได้ เืมื่อจำเป็น เพราะขี้เกียจเขียน

 

เย้ๆ ลองหัดเขียนกันเล่นดูมิก๊ะ หนุกๆ เดะกำหนดประโยคให้คิดเล่นๆ หรือ คุณอาจจะไปตั้งเขียนเองก็ได้นะ หนุกดีๆ

อ่ะ ลองตัดประโยคพวกนี้ดูนะคะ ตั้งใจหน่อยน๊า จริงจังนะเนี่ย เหอๆ

1. I might be back around 7 o'clock.

2. I am leaving tonight.

3. Hilary Duff is sending the files on Friday.

4.I couldn't find keys. I had taken yours.

5.I will e-mail my arrival time.

6. Transfer from airport have been arranged with Michael Jackson.

 

                     

เหอๆ คิดหนักอยู่ มาดูเฉลยกันน๊า ทำถูกกันรึเปล่าเอ่ย

1. Might be back around 7 o'clock.

2. Am leaving tonight. --- ประโยคนี้ตัด I ออก เหลือ am ไว้ไม่ต้องสงสัย เพราะทำให้รู้ว่าประธานคือ I ค่ะ

3. Hilary Duff sending files on Friday.

4. Will e-mail my arrival time.

5.Couldn't find keys. Taken yours.

6. Transfer from airport arranged with Michael Jackon. :)

 

เย้วๆ ไม่ยากเลยชิมิคะ ลองไปหัดเขียนกันเยอะๆนะคะ เห็นมิ ขี้เกียจก็เก่งภาษาอังกฤษได้ ไม่จำเป็นต้องขยันเลยเนอะ เปลืองหมึก

แต่ก็ต้องรู้ไว้นะคะว่า ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เหอๆ

 

แหะๆ ที่เห็นย่อได้ขนาดนี้ เชื่อมิว่า นี่ยังย่อไม่หมด ยังมีย่อได้มากกว่านี้อีก แต่ต้องรอ

เจอกันใหม่ entry หน้านะคะ หวังว่าทุกคนคงจะชอบ entry นี้ก้ันนา  comment มาเยอะๆ

 

เอิ๊กๆ

 

                 

                       

Source : Writing for the real world - Oxford University Press

 

Comment

Comment:

Tweet

สนุกดีค่ะ ^^

#10 By (182.52.175.23|182.52.175.23) on 2015-09-06 12:28

ขอบคุนสำรับความรุ้ ค่ะ

#8 By assima (183.89.77.54) on 2010-05-13 17:04

ไหงเป็นงั้นแหล่ะจ๊ะ big smile

#7 By grammarman on 2009-09-14 16:55

มาอ่านหนุกๆดี อ่านแล้วจำ ปนไปปนมา ก็กะว่าปีหน้าจะเข้าใจ จ้า..

#6 By ลุงกาน (58.9.239.242) on 2009-09-14 01:18

ขอบคุณมากนะคะ ได้อะไรจากเวปนี้ไปเยอะมากๆเลยค่ะ

double wink

#5 By Apple (112.142.112.126) on 2009-06-24 11:04

ว่าว ดีใจจังเลย

double wink

#4 By grammarman on 2009-06-20 15:37

จะขอเข้ามาอ่านทุกวันๆๆๆๆ เลยค่ะ

#3 By thip (124.121.230.35) on 2009-06-20 13:36

ดีใจจังเลยค่ะ ที่เจอเว็บแบบนี้ ขอบคุณนะคะ

#2 By thip (124.121.230.35) on 2009-06-20 13:34

เย้วๆ ไม่มีใครมาเม้นท์ นี่แหน่ะ เม้นเองเลย นี่นี่

question

#1 By grammarman on 2009-06-17 21:32