ภาษานั้นสำคัญจริงหรือ  "สำคัญ" อาจจะมีคนเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย

ทุกวันนี้เราใช้ภาษาอะไรกันบ้าง

แน่นอนภาษาสุดฮิตของคนไทย ก็คือ ภาษาไทย

แต่ก็ยังมีเหนือขึ้นมาอีกก็คือ ภาษาสุดฮิตของโลก คือ ภาษาสากล ยิ่งฮิตกันเข้าไปใหญ่ คือ ภาษาอังกฤษ

ถึงกับว่า ที่ไหนไม่มีภาษาอังกฤษ ถือว่าเชยค่อนไปข้างสุดๆ

มาดูกันว่า ภาษาอังกฤษนั้นสำคัญไฉน  สมควรต่อการเรียนมากน้อยเพียงใด

นั่นสินะ แต่บังเอิญวันนึงมีคนมาถามเราเป็นภาษาอังกฤษว่าทำไมต้องเรียน

เอ เราเรียนกันไปทำไมหล่ะ ก็มันไม่ใช่ภาษาแม่ของเราซะหน่อย (Mother tongue)

บางคนอาจจะนึกคำตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ออกว่าทำไมต้องเรียน  แต่เราก็ยังต้องเรียนกันอยู่ล่ำไป

 

Why do you think we should learn English?

ทำไมคุณถึงคิดว่าเราควรที่จะเรียนภาษาอังกฤษ

 

มาคิดๆดูแล้วก็มีหลายเหตุผลนะ  บางคนอาจบอกว่า 

I want to pass an exam. ก็แค่ต้องการสอบให้ผ่านเท่านั้น

(ก็แหงหล่ะใครก็ต้องอยากสอบให้ผ่านฉลุยแหละ)

I want to meet foreign friends. ฉันอยากจะมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ

(หรือว่าต้องการมีคู่เดตเป็นฝรั่งกันแน่ อิอิ)

I want to travel abroad.  ฉันอยากเดินทางไปต่างประเทศ

(เป็นเหตุผลที่ดี ใครๆก็อยากไป)

I want to get a better job. ฉันอยากได้งานที่ดีขี้น

(จะได้มีเงินเยอะๆ)

I want to study overseas.  ฉันอยากไปเรียนต่างประเทศ

(อันนี้ความฝันสุดยอดของ Grammarman เลยหล่ะ)

Because it's required.  เพราะเป็นสิ่งจำเป็น (ถูกบังคับ)

Because I like languages.  เพราะฉันชอบภาษา

(เป็นคำตอบที่โดนใจ)

 

 

Grammarman ก็เคยประสบกับปัญหานี้เหมือนกัน

ครั้งหนึ่งเมื่อตอนไปสอบสัมภาษณ์ เจอเค้าถามมาเป็นตั้งๆ

Why would you like to study in English major?

โหย ตอบได้ชัวร์ ก็ท่องมาแล้วนี่ อันนี้เอามาจากบทพูดสุนทรพจน์ (speech) หรือ การพูดต่อหน้าสาธารณชน ที่ตัวเองได้ตั้งใจแต่งขึ้นมาพูดหน้าเสาธง ถึงเวลาแล้วสินะที่จะได้ขุดขึ้นมาใช้อีกครั้ง (ที่จริงอยู่ใน blog นี้ก็มีนะ ถ้าใครสนใจอยากลองอ่านดู มันอยู่ใน entry "Why learn English?" บางคนเคยเข้าไปอ่านมาแล้วเป็นยังไงบ้างนะ

ตอนนั้นก็ตอบไปอย่างมั่นใจว่า

English is an international language. Today more and more people in Asean and around the world want to learn English because it is the language of international business,technology,medicine and communication between goverment around the world.

ขณะนั้น สีหน้าของกรรมการ  จึ๊กๆ อย่างเห็นได้ชัด

ครอบคลุมซะขนาดนี้ จะถามอะไรมันอีกน๊า...

อิอิ แอบสะใจเล็กน้อย

 

และการสัมภาษณ์ก็ดำเนินต่อไป อีกนานเลยหล่ะ ก็สัมภาษณ์กันยกใหญ่ แทบไม่มีโอกาสได้หายใจเลยหล่ะ เว่อร์ไปและ

ไม่ขอเอามาพูดต่อนะ เพราะไม่อยากโฆษณาตัวเองเกินเหตุ เดี๋ยวยาว แต่ถ้าใคร request มาก็จะจัดให้

 

เหตุผลทั้งหมดนี้อาจจะโดนใจใครอีกหลายคนก็ได้

เมื่อเราชอบเรียน  บางคนก็ยังอยากจะรู้ต่อไปว่า  แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะเรียนอังกฤษได้ดี

จะได้เอาไปพูดกับฝรั่ง ฉอดๆๆ เลย  ซะงั้น  นี่คือจุดประสงค์

ภาษาอื่นๆ และ วิชาความรู้อื่นๆก็เช่นกัน

 

How do you learn English?  ท่านเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยวิธีใด

I study grammarma.  ก็เรียนไวยากรณ์สิ

(แต่ที่เห็นมีส่วนน้อยมากที่จะแน่น grammar มีแต่คนบอกให้ท่องศัพท์ให้เยอะๆก็พอ  จะท่องกันไปทำไมนักหนา เดี๋ยวก็ลืม มิหนำซ้ำเอาความหมายไปแปลแบบผิดๆอีก มั่วกันไปใหญ่  มาเรียนเจาะลึกคำศัพท์กันดีกว่าถึงจะแม่นๆ ไม่ลืม เอิ๊กๆ ปกติครูเราก็ไม่สอนแบบนี้หรอก จริงไหม อ่านหนังสือเองดีก่า... อ่านไปทีละเล็กเก็บไปทีละน้อยจะดีกว่าเยอะ)

หลายคนบอกฉันใช้วิธีนี้

I date an English speaker.  ข้าน้อยนัดเจ้าของภาษาไปเที่ยว

I use the Internet.  ดิฉันใช้อินเทอร์เนต.

(เหมือนพวกเราเลย ท่องโลกได้ไกลเกินคาด แต่ก็อย่ามั่วเกินเหตุ)

I listen to the radio. ผมฟังวิทยุ

I send e-mail in English.  ข้อยส่งอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษ

I go to the movies.  หนูไปดูหนัง

I sing in the shower.  ฉันร้องเพลงในห้องน้ำ

(เอาจนบ้านแตกเลย ร้องให้มันดังๆ)

I read magazines. ฉันอ่านวารสาร

I write down words in a vocabulary book.  ฉันจดคำศัพท์ลงในสมุดจดคำศัพท์

I read comic books.  ฉันอ่านหนังการ์ตูน

I stop foreigners and ask them questions.  ถามคำถามกับชาวต่างชาติ

I practice speaking English at home. ฉันฝึกพูดภาษาอังกฤษที่บ้าน

I listen to radio programs in English.  ฉันฟังรายการวิทยุที่เป็นภาษาอังกฤษ

I practice using common expressions.  ฉันฝึกใช้สำนวนภาษาต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ

I play game on the Internet.  ข้อยเล่นเกมทางอินเทอร์เนต

I listen to tapes and CD.  ตัวข้อยนั้นฟังเทปและซีดี

I listen to English story tales.  ข้อยฟังนิทานเป็นภาษาอังกฤษ (เจ๋งมั๊ยหล่ะ)

 

เอ... เราทำมาหมดแล้วรึยังนะ

 

ลองไปสำรวจตัวเองดูซิว่า  คุณชอบเรียนโดยวิธีไหน  และมีวิธีไหนยังไม่ได้ทำก็ลองเอาไปทำกันดู เพราะวิธีทั้งหมดที่กล่าวมานั้นสามารถทำให้ภาษาคุณๆดีวันดีคืนได้ทั้งสิ้นเลย

entry หน้า เราจะมาพูดกันแบบเป็นเหตุเป็นผลมากกว่านี้ดีมั๊ยเอ่ย

กิ๊วๆ... ชะแว๊ปมา แล้วก็ ชะแว๊ปไป

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Thanks for the article. I read the above post.

#50 By Chicgraphic on 2012-03-30 18:08

ขอบคุณครับ มาอ่านบล็อค นี้เลยเข้าใจอะไรมากขึ้น

แล้วก็ ได้รู้วิธีหลายๆแบบด้วย ^^