Please Forgive Me - Bryan Adams

posted on 06 Nov 2007 15:20 by kickapu in Songs

English Grammar Through Music - สนุกกับไวยากรณ์อังกฤษผ่านเพลง

 

การฟังเพลงภาษาอังกฤษก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และยังได้รู้สำนวนต่างๆ อีกเพียบ และความหมายที่แฝงอยู่ในเพลงอีกด้วย หากเราได้เปิดใจยอมรับที่จะเรียนรู้ไปกับมันมากเท่าใด เราก็จะได้พัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

หากเราเข้าใจความหมายที่อยู่ในเพลงอย่างแจ่มแจ้งแล้ว เราจะสามารถเข้าถึงความรู้สึกที่ผ่านเพลงแต่ละเพลงที่นักประพันธ์ต้องการที่จะสื่อถึงเราได้ ทำให้เราอินไปกับเพลงเหล่านั้น ในทางกลับกัน การฟังเพลงที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาของเพลงนั้นอย่างชัดเจนจะทำให้ผู้ฟังไม่อาจเข้าถึงอารมณ์ของเพลงอย่างแท้จริงได้

 

ตอนแรกจะให้ฟังเพลงและแจกเนื้อร้องไปก่อนนะ เมื่อฟังและร้องเพลงแบบตับแตกแล้วค่อยมาต่อไวยากรณ์ทีหลัง

 

Please Forgive Me - Bryan Adams

 

 

 

PLEASE FORGIVE ME
Bryan Adams
(from the album "SO FAR SO GOOD")
---------------------------------------------------------------------------

It still feels like our first night together
Feels like the first kiss
It's getting better baby
No one can better this
Still holding on
You're still the one
First time our eyes met
Same feeling I get
Only feels much stronger
I wanna love you longer
Do you still turn the fire on?

So if you're feeling lonely, don't
You're the only one I'll ever want
I only want to make it go
So if I love you a little more than I should ...

Please forgive me, I know not what I do
Please forgive me, I can't stop loving you
Don't deny me, this pain I'm going through
Please forgive me, if I need you like I do
Please believe me (Oh believe it), every word I say is true
Please forgive me, I can't stop loving you

Still feels like our best times are together
Feels like the first touch
Still getting closer baby
Can't get closer enough
Still holding on
You're still number one
I remember the smell of your skin
I remember everything
I remember all the moves
I remember you yeah
I remember the nights, you know I still do

So if you're feeling lonely, don't
You're the only one I'll ever want
I only want to make it go
So if I love you a little more than I should ...

Please forgive me, I know not what I do
Please forgive me, I can't stop loving you
Don't deny me, this pain I'm going through
Please forgive me, if I need you like I do
Please believe me (Oh believe it), every word I say is true
Please forgive me, I can't stop loving you

Guitar solo

The one thing I'm sure of
Is the way we make love
The one thing I depend on
Is for us to stay strong
With every word and every breath I'm praying
That's why I'm saying

Please forgive me, I know not what I do
Please forgive me, I can't stop loving you
Don't deny me, this pain I'm going through
Please forgive me, if I need you like I do
Babe believe it, every word I say is true
Please forgive me, if I can't stop loving you
No, believe, I don't know what I do
Please forgive me, I can't stop loving you

I can't stop ... loving you .....

ถึงเวลาตะลุย Grammar กันแล้วหล่ะ

จากชื่อเพลงก็ได้ประโยค Please forgive me. ไปทำมาหากินได้แล้ว ว่าด้วยความหมายที่ว่า ยกโทษให้ฉันด้วยนะที่รักเธอ (หวานหยดย้อยซะไม่มี)

 Still feel like 

ถึงยังไงก็ยังรู้สึกอยู่

สำนวน feel like หมายถึง รู้สึกเหมือนกับ ต้องตามด้วย v.ing (Gerund)

เช่น I feel like eating. ฉันรู้สึกอยากจะกินขึ้นมาแล้ว

หรือจะใช้เป็นแบบปฏิเสธก็ได้ คือ I don't feel like eating. (อย่างนี้ก็ผอมตายสิ)

Our first night together

เหมือนคืนแรกที่เราอยู่ด้วยกัน

Feel like the first kiss

รู้สึกเหมือนจูบแรก

It's getting better baby

และมันก็เริ่มดีขึ้นๆนะที่รัก

สำนวน to be getting + คำที่แสดงขั้นกว่า (เติม er) หมายความว่า สิ่งนั้นกำลังมีปริมาณเพิ่มขึ้นๆ เช่น

The economy is getting worse. เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ (จะเจริญมั๊ยซะทีเนี่ย)

Noone can better this

ไม่มีใครทำให้ฉันปลื้มได้มากกว่านี้แล้ว

คำว่า better ปกติเป็นคำที่ใช้กับขั้นกว่า แต่ในที่นี้หมายถึงในประโยคนี้ มันทำหน้าที่เป็นกริยา หมายถึง ทำให้ดีกว่า เช่น

He betters himself by working part-time.

เขาหาเงินให้ตัวเองมากขึ้นโดยการทำงานนอกเวลา

Still holding on

ทุกอย่างยังติดตรึง(ฝังแน่น)อยู่ในใจฉัน

สำนวน to hold on หมายถึง ยังคงเกิดขึ้นต่อไป

You're still the one

เธอยังเป็นหนึ่งเดียวในใจฉัน

First time our eyes met

ครั้งแรกที่เราสบตากัน

Same feeling I get

เหมือนกันเลยกับที่ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้

Only feels much stronger

มันยิ่งรู้สึกเข้มข้นมากขึ้นๆ

คำว่า much เป็นคำขยายขั้นกว่าของคำว่า stronger อีกที เพื่อเพิ่มความหนักแน่นของความหมาย stronger มากยิ่งขึ้น  และสามารถนำไปขยายคำอื่นได้อีก เช่น

 much longer ยาวกว่ามาก

much more beaultiful  สวยกว่ามาก

I wanna love you longer

ฉันอยากจะรักเธอให้นานกว่านี้

You still turn the fire on

เธอยังคงทำให้ไฟรักฉันลุ่มร้อนอยู่เสมอ

คำว่า fire ปกติแปลว่าไฟ แต่ในที่นี้ไม่ใช่ไฟธรรมดาแล้วหล่ะ แต่มันคือไฟรัก (นะจะบอกให้) และหมายถึง ความรู้สึกที่รุนแรง อีกด้วย

เอาอีกๆ คำว่า fire สามารถเอามาแต่งเป็นสำนวนได้ด้วยนะ เช่น

To play with fire

เล่นกับไฟ (สิ่งที่เป็นอันตรายกับตัวเรา)

There is not smoke without fire.

ไม่มีควันแล้วจะมีไฟได้ยังไง (จริงมะ)

หอมรึเปล่า (หอมปากหอมคอหน่ะ)

(Chorus)

So if you're feeling lonely,don't

หากเธอรู้สึกเหงา ก็อย่าเลยนะ

You're the only love I ever want

เพราะเธอคือคนรักคนเดียวที่ฉันต้องการ

แค่ The love เฉยๆ ก็หมายถึง คนรักเพียงคนเดียวแล้ว

I only want to make it good

ฉันแค่ต้องการทำให้รักนี้มันวิเศษ

good หมายถึง ดี วิเศษ

So if I love you a little more than I should

หากฉันรักเธอมากกว่าที่ฉันควรจะรักอีกสักนิด (อะไรกันนี่ งง)

Please forgive me

ยกโทษให้ฉันด้วยเถอะนะ

I know not what I do

ฉันไม่รู้ว่าจะยังไงดี

Please forgive me

ได้เปิดโถด(โปรดเถิด)ยกโทษให้ฉันด้วย

I can't stop loving you

ที่ฉันหักห้ามใจเลิกรักเธอไม่ได้

สำนวน to stop + v.ing หมายถึง หยุดทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น

Stop smoking!  หยุดสูบบุหรี่ได้แล้ว (ถ้าทำตามจักขอขอบคุณมาก จากใจ Gramarman)

I Stop playing game.  ฉันเลิกเล่นเกมแล้ว ( ไม่จริง ยังแอบเล่นอยู่เลย)

กลับกันกับ สำนวนที่ว่า stop (someone) to do something ซึ่งหมายถึง หยุดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น เช่น

I stop to read the book. ฉันหยุด(สิ่งใดสิ่งหนึ่ง) เพื่อที่จะอ่านหนังสือ 

อ่านเพิ่มเติมได้อีกที่ entry "stop stop stop" นะจ๊ะ

Don't deny me

อย่าปฏิเสธฉันเลย

คำว่า deny แปลว่า ปฏิเสธ ต้องตามด้วย v.ing เสมอ เช่น

He denies making the mistake.  เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำความผิดนั้น

ความหมายตรงกันข้ามกับ to admit + v.ing อย่างสิ้นเชิง หมายถึง ยอมรับ เช่น

He admits making the mistake.

เขายอมรับข้อผิดพลาดนั้น

This pain I'm going through

ความเจ็บปวกนี้ฉันกำลังเผชิญอยู่

สำนวน to go through  หมายถึง  ฝ่าฟัน เผชิญอยู่  มักจะให้กับประสบการณ์หรือสิ่งที่ไม่ดี

Please forgive me

ยกโทษให้ฉันด้วยเถิด

If I need you like I do

หากฉันต้องการเธอเหมือนที่ฉันต้องการอยู่ตอนนี้ (ก็ได้โปรดยกโทษให้ฉันที)

Please believe it every word I say is true

โปรดเชื่อเถอะว่า ทุกคำที่หลุดออกมาจากปากฉันมันเป็นความจริงทั้งนั้น

Please forgive me

โปรดยกโทษให้ฉันด้วย

I can't stop loving you

ฉันหักห้ามใจให้เลิกรักเธอไม่ได้จริงๆ

still feels like our best times are together

ยังคงรู้สึกเหมือนช่วงเวลาที่ดีทีสุดที่เราอยู่ด้วยกัน

Feels like the first tough

รู้สึกได้ถึงกับสัมผัสแรก

Still getting closer baby

เรายังคงให้ชิดกับมากขึ้นนะ ที่รัก

can't get close enough

แต่ใกล้แค่ไหนก็ยังไม่พอหรอก

Still holding on

ทุกอย่างยังคงตราตรึงอยู่ในใจฉันเสมอ

Still number one

เธอยังเป็นที่หนึ่งในใจฉันเสมอ

I remember the smell of your skin

ฉันจำกลิ่นกายของเธอได้ 

กลิ่นตัว กลิ่นรักแร้ คือ body ordor รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม แล้วจะเอามาพูดทำไมเนี่ย

I remember everything

ฉันจำได้ทุกอย่างที่เป็นเธอ

I remember all your moods

ฉันจำอารมณ์อันหลากหลายของเธอได้ทั้งหมด (ไม่ว่าจะมาไม้ไหน ก็รู้หมด)

สำนวนว่า อารมณ์ดี อารมณ์เสีย ก็ใช้ mood ก็ได้

to be in a good/bad mood

เช่น He is in a good mood. เขาอารมณ์ดี

He is in a bad mood. เขาอารมณ์ไม่ดี (ตอนนี้ก็อย่าเข้าไปใกล้หล่ะ เดี๋ยวหน้าอาจจะไม่สวยได้)

I remember you , yeah!

ฉันจำเธอได้ดี

I remember the nights you know I still do

เธอก็รู้อยู่นี่ว่าฉันยังจำคืนนั้นได้อยู่

(*Repeat Chorus)

One thing I'm sure of

สิ่งเดียวที่ฉันแน่ใจ

Is the way we make love

ก็คือเราได้มีเวลาที่ดีต่อกัน (ได้ร่วมรักกันเหมือนอย่างว่า)

น่าสนๆ ขอแอบเอามาพูดอีกนิด

สำนวน to make love หมายถึง การทำอย่างว่า  และหากต้องการจะบอกว่า ทำกับใคร ก็เติมคำว่า with ลงไปด้วย (เซนเซอร์) ไม่ขออธิบาย

to make the bed หมายถึง จัดเตียงให้เรียบร้อยหลังจากตื่นนอน

to make time หมายถึง หาเวลาให้มากพอกับสิ่งที่เราจะทำ

One thing I depend on

สิ่งเดียวที่ฉันจะไว้ใจได้

สำนวน to depend on + .... จะหมายถึง ไว้ใจสิ่งนั้น หรือ ขึ้นอยู่กับสิ่งนั้น เช่น

You are the one person I can depend on. เธอคือคนเดียวที่ฉันไว้ใจ

ที่เราสังเกตเห็นเค้าใช้กันบ่อยๆ คือ ความหมายว่า แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับ เช่น

It depends! ก็แล้วแต่นะ

มีความหมายคล้ายกับสำนวนที่ว่า It's up to you. ก็ขึ้นอยู่กับคุณละกัน

อย่าลืมละกันว่า depend ต้องใช้คู่กับ on เสมอ นะจ๊ะ จะบอกให้ อย่าลืม ย้ำ อย่าลืม ย้ำ ย้ำ

Is for us to stay strong

ก็คือการที่เราอยู่ด้วยกันอย่างมั่นคง

In every word and every breath I'm praying

ในทุกๆคำพูดและทุกลมหายใจฉันเฝ้าแต่ภาวนา

That's why I'm saying

นี้แหละเหตุผลที่ฉันพูดออกไปเช่นนั้น

 

พวกนี้ไม่ต้องแปลเพราะมันเหมือนกัน

Please forgive me

I know not what I do

Please forgive me

I can't stop loving you

Don't deny me

This pain I'm going through

Please forgive me

If I need you like I do

Please believe it every word I say is true

Please forgive me

I can't stop loving you

เฮ้อ! จบแบบซาบซึ้ง

Comment

Comment:

Tweet

ข้าใจ
angry smile cry big smile

#12 By (58.9.188.168) on 2008-05-31 13:52

เพลงไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย

#11 By เด (202.57.152.88) on 2007-11-19 12:44

เพลงเพราะมากกก
แล้วGrammarก็ละเอียดเข้าใจง่ายดี
แต่ปูเป็นคนไม่เก่งอิ้งอิ้งมากๆๆคงต้อง
ใช้เวลาในการศึกษาหน่อย
แต่ได้ครูดีขนาดนี้คงเข้าใจได้ไม่ยากฮับบบบ
question question question

#10 By poo on 2007-11-08 18:31

So, i can't stop reading yr blog(55+)
ชอบ ชอบ big smile

#8 By on 2007-11-08 08:41

King MoJi
จะลองดูนะคะ ขอบคุณก๊าบที่ไว้ใจ

#7 By grammarman on 2007-11-07 16:15

มีทั้งเพลงมีทั้งสำนวนให้ฟัง และอ่านกัน
ดีครับbig smile

#6 By karim (58.9.185.80) on 2007-11-07 13:03


วันไหนไปเอาเพลง blog ผมมาแปลมั่งก็ดีนะครับ แฟนเพลงเรียกร้อง จะแปลให้ก็อับอายขายขี้หน้าเค้า...sad smile

#5 By :: KinG MoJi :: on 2007-11-06 22:36

อ่านๆ แต่ไม่ได้ฟังเพลงครับ

#4 By flyingafroo on 2007-11-06 20:20

สุดยอดมากเลยค่ะคุณครูขา cry
หนูไอชอบฟังเพลง
หนูไอชอบเพลงนี้
หนูไอชอบ Bryan Adams
หนูไอชอบบทความของคุณครู
อ๊ากกก (ระงับอาการ พรึ่บ) แว๊บบ ขอบคุณค่ะ

#3 By ire_u on 2007-11-06 19:52

comment ไวมาก ได้อ่านรึเปล่าเนี่ย

#2 By grammarman on 2007-11-06 19:40

ซึ้งๆๆ

#1 By flyingafroo on 2007-11-06 19:39