มาต่อกันจาก entry ที่แล้ว ยังไม่จบเลย

Tell me about it  รู้แล้วน่า

จาก entry ที่แล้ว ทำไม Big deal  ถึงแปลว่า เรื่องเล็ก หรือ เรื่องกระจอกไปได้  ลองมาดูคำอธิบายรวมๆ จากสำนวนนี้เลยค่ะ

จะเห็นได้ว่า คำพูดในภาษาอังกฤษจะมีหลายคำที่มีความหมายชัดเจนอยู่ในตัว ไม่น่าจะต้องไปคิดมากให้เสียเวลาเลย ปวดหมอง แต่ก็มองข้ามไม่ได้นะ

Tell me about it. ก็น่าจะแปลตรงตัวอย่างง่ายๆว่า  เล่าให้ฉันฟังหน่อย , ไหนลองบอกมาซิ  ในสถาณการณ์ทั่วไป

เช่น  เมื่อเราต้องการให้ใครเล่าหรือพูดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ตามที่เราต้องการจะรู้

Tell me about it. มันก็จะมีความหมายตรงตามเนื้อผ้า ไม่ยุ่งยากอะไร

ความผิดปกติของมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคู่สนทนาฝ่ายหนึ่งพูดในสิ่งที่คู่สนทนาอีกฝ่ายหนึ่งรู้แล้ว  บางครั้งอาจรู้ดีและรู้มากกว่าเสียอีก จนรู้สึกรำคาญและเบื่อที่จะได้ยิน  สีหน้าและน้ำเสียงที่พูดจะแสดงได้ชัดเจนถึงอารมณ์และความรุ้สึกของผู้พูดได้  จนทำให้ผู้ฟังเกิดสะกิดใจขึ้นมาอย่างอัตโนมัติเลยว่า เรื่องที่ตนกำลังพูดนั้นมันไม่ได้รับความสนใจอะไรเลย แถมไปกวนเค้าอีก  และทางที่ดีควรจะหยุดพูดเสียที

เช่น 

A: I heard the company will lay off many employees.

ฉันได้ข่าวมาว่าบริษัทจะปลดลูกจ้างออกเป็นจำนวนมาก

B: Tell me about it.

เออ รู้แล้วน่า (ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคือง)

หากเพื่อนเราพูดด้วยเสียงขุ่นๆ หน้าตาไม่ยิ้มแย้มก็แสดงว่า  มันแปลว่า รุ้แล้วน่า เป็นแน่

ทางที่ดี ควรรีบเปลี่ยนเรื่องคุยได้แล้วนะ

Be seeing you  ไว้เจอกัน

อันนี้ย่อมาจาก I'll be seeing you.  ก็เหมือนกันกับที่คนไทยชอบพูดกันว่า มหาลัย แทน มหาวิทยาลัย นั่นแหละ

(It's) a piece of cake  ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

สิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย ไม่ต้องออกแรงมากนัก เรามักจะพูดว่า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เลยใช่มั๊ยหล่ะ

สั้นอีกหน่อยก็ เรื่องกล้วยๆ  ทันสมัยอีกนิด ก็ เรื่องจิ๊บจ๊อย

คาดว่า น่าจะมีความหมายคล้าย  เรื่องขี้ผง ที่เขียนไว้แล้วใน entry เมื่อกี้

ในภาษาอังกฤษก็มีการเปรียบเทียบความง่ายของการกระทำว่า 

ง่ายเหมือนกินขนมเค้ก

คงเป็นเพราะ ไม่ต้องออกแรงเคี้ยว เหมือนขนมอื่นๆ เวลากินก็ไม่ต้องยุ่งยากอีก

แต่ห้ามเหมารวมไปถึงการทำขนมเค้กนะ เพราะมันไม่ได้ง่ายหรือสะดวกรวดเร็วไปเหมือนตอนกินซักนิด

Bless you  ขอให้หายเร็วๆ

ตามธรรมเนียมอเมริกันแล้ว เมื่อจามเสร็จผู้จามจะต้องกล่าวขอโทษด้วย Excuse me. หรือ Sorry.

ส่วนผู้ที่อยู่ด้วยก็จะพูดว่า Bless you. ย่อมาจาก May God bless you.

แปลตรงตัวได้ว่า  ขอให้คุณพระคุ้มครอง  ให้หายจากอาการไม่สบายเร็วส์ๆ  สาเหตุนี้เกิดจากความเชื่อที่ว่า การจามนั้นเป็นอาการของผู้ที่ไม่สบายหรือกำลังจะไม่สบาย

Bless you. ก็เลยแปลได้ว่า  ขอให้หายเร็วๆนะ

หรือ ผู้ที่อยู่กับผู้จาม อาจจะชิงพูด Bless you. ก่อนก็ได้หากผู้จามตั้งท่าจะจาม

แถมให้อีกนิด

บางครั้งอาจจะใช้คำภาษาเยอรมันก็ได้ เช่น Gesundheit (เกอซุนด์ไฮท์) เพื่อความเท่ห์เก๋ไก๋อีกนิด

แต่ไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะตอบขอบคุณไปว่า Danke. (ดังเก้) เดี่ยวจะมีคนเข้าใจผิดว่าคุณเป็นหวัดเยอรมันไปเสียแล้ว เดี๋ยวคนอื่นเค้าไม่เข้าใกล้นะ

แค่ตอบออกไปว่า Thank you. ก็พอแล้วจ้า

Give me a break!  ให้โอกาสหน่อยสิ  ขอทีเถอะ

เวลาจะอ้อนวอนขอโอกาส เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ส่วนมากจะพูดว่า  ให้โอกาสบ้างสิ , ขอโอกาสอีกสักครั้งเถอะนะ

ตรงกับภาษาอังกฤษที่ว่า

Give me a chance. หรือ Give me a break!

ในอีกกรณีนึง  เมื่อมีคนทำให้เรารำคาญใจ อยากจะให้หยุดการกระทำนั้นซะ  อาจจะพูดว่า

ขอทีเถอะ หรือ ไปให้พ้นๆหน่อย หรือ อย่ามากวนใจฉันนะ

ในสถาณการณ์นี้ก็ใช้ Give me a break! ในอีกความหมายหนึ่งได้เช่นกัน

Miller time!  ได้เวลาพักแล้ว เย้!

Miller  เป็นยี่ห้อเบียร์ของบริษัท Johnny Miller ของสหรัฐอเมริกา  ซึ่งบริษัทนี้ได้โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตน ในลักษณะที่ว่า หลังจากการทำงานหนักของบรรดาผู้ชายในภาพยนต์โฆษณาก็พากันมาดื่มเบียร์ Miller เย็นๆ เพื่อดับกระหายและเป็นการพักผ่อนด้วยไปในตัว โดยมีเสียงพูดแทรกขึ้นมาว่า

It's Miller time.

โฆษณานี้ได้รับความนิยมมากมาย เพราะดูจากยอดจำหน่ายเบียร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และหลังจากนั้นมาไม่นาน

It's Miller time. ก็กลายเป็นคำพูดติดปากของอเมริกันชนทั่วไปซะแล้ว

มีความหมายว่า  ได้เวลาพักแล้ว

นานเข้า คำนี้ก็หดสั้นลงเหลือแค่ Miller time! เฉยๆ แต่ก็ยังคงความหมายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

Gaby: Miller time!

Kickapu: Great! I'm so tired. I need to get some sleep.

ว่าแล้ว เมื่อถึงเวลาพัก เราก็ขอไปพักก่อนแล้วกันนะ

เหอๆ

ปิดท้ายด้วยการเกริ่นนำเพลงที่จะนำมาแปลและเรียน Grammar ใน entry ต่อไปละกัน

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจ๋งๆ
miller time นี่เพิ่งรู้เลยครับ ไม่เคยได้ยินมาก่อน
wow แล้วจะติดตามต่อนะคะ

#2 By TheDoctorWearsPrada on 2007-10-16 18:30

อ่ะนะ มีชื่อเราเป็นตัวละครด้วยเหรอเนี่ย
พยายามเข้าล่ะ เราใจช่วยเสมอนะconfused smile

#3 By Gabrielle on 2007-10-16 18:40

ความรู้อีกแล้ว..big smile

#4 By :: KinG MoJi :: on 2007-10-16 18:43

เป็นความรู้ที่แปลกใหม่ดีค่ะ
เอาไปใช้ได้ด้วย
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะคะ

#5 By สลัดทูน่า on 2007-10-16 19:47

สะกดผิดคำนึงรึเปล่าคะ a piece of cake น่ะค่ะ
ปล. ขอบคุณมากนะคะ ที่มา up ต่อน่ะค่ะ
จะติดตาม blog นี้ต่อไปเรื่อยๆค่า มีประโยชน์มากเลย ได้ความรู้ๆ (^_/|\_^)

#6 By r a p p e l e r * on 2007-10-16 19:59

ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้ค่า

#7 By HoRo ... ll on 2007-10-16 21:52

บลอคนี้มีประโยชน์ดีค่ะ ชอบๆ
Hey bud ก็มีความหมายแฝงนะ
เบียร์บัดไวเซอร์เลยเอามาเล่นเป็นแคมเปญโฆษณาเลย
แบบว่าอะไรๆ ก็บัด surprised smile
อีกคำที่ติดปากก็คือ Awesome ค่ะ
กับใช้ประโยคแบบใช้คำว่า though
ลองเอามาเขียนบ้างสิคะ double wink
Miller time ?

ถ้าเป็นของไทยก้ต้อง

...

ได้เวลา ช้าง แล้วล่ะ ?!

555 55.

ล้อเล่นงับ

ดีเนอะ เพิ่งเคยได้ยินเองคำนี้

sad smile

#10 By THE '' ' CHICKEN on 2007-10-16 22:33

^/\^
ขอบคุณมากๆจ้า
ดีจังเลย

#11 By `` G i g g A b i t e `` on 2007-10-16 22:49

sad smile

#12 By sukullac on 2007-10-17 06:22

สุดยอดค่ะ
จะมาอ่านอีกถ้าโอกาสอำนวย(นายไม่อยู่ หนูร่าเริง)
ประทับใจจัง
ชอบทุกบล็อกเลย

เก่งจริงๆ ^^

#14 By เอ้ (118.173.95.181) on 2008-06-10 23:36

เก่งจังคะ

#15 By Korea on 2009-02-04 23:23

you gonna kill me

#16 By (69.238.52.243) on 2009-08-28 13:47

you gonna kill me

#17 By (69.238.52.243) on 2009-08-28 13:47