~สุดยอด! สำนวนฮิตติดปากชาวอเมริกัน (ต่อ)
posted on 16 Oct 2007 16:37 by kickapu
มาต่อกันจาก entry ที่แล้ว ยังไม่จบเลย
Tell me about it รู้แล้วน่า
จาก entry ที่แล้ว ทำไม Big deal ถึงแปลว่า เรื่องเล็ก หรือ เรื่องกระจอกไปได้ ลองมาดูคำอธิบายรวมๆ จากสำนวนนี้เลยค่ะ
จะเห็นได้ว่า คำพูดในภาษาอังกฤษจะมีหลายคำที่มีความหมายชัดเจนอยู่ในตัว ไม่น่าจะต้องไปคิดมากให้เสียเวลาเลย ปวดหมอง แต่ก็มองข้ามไม่ได้นะ
Tell me about it. ก็น่าจะแปลตรงตัวอย่างง่ายๆว่า เล่าให้ฉันฟังหน่อย , ไหนลองบอกมาซิ ในสถาณการณ์ทั่วไป
เช่น เมื่อเราต้องการให้ใครเล่าหรือพูดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ตามที่เราต้องการจะรู้
Tell me about it. มันก็จะมีความหมายตรงตามเนื้อผ้า ไม่ยุ่งยากอะไร
ความผิดปกติของมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคู่สนทนาฝ่ายหนึ่งพูดในสิ่งที่คู่สนทนาอีกฝ่ายหนึ่งรู้แล้ว บางครั้งอาจรู้ดีและรู้มากกว่าเสียอีก จนรู้สึกรำคาญและเบื่อที่จะได้ยิน สีหน้าและน้ำเสียงที่พูดจะแสดงได้ชัดเจนถึงอารมณ์และความรุ้สึกของผู้พูดได้ จนทำให้ผู้ฟังเกิดสะกิดใจขึ้นมาอย่างอัตโนมัติเลยว่า เรื่องที่ตนกำลังพูดนั้นมันไม่ได้รับความสนใจอะไรเลย แถมไปกวนเค้าอีก และทางที่ดีควรจะหยุดพูดเสียที
เช่น
A: I heard the company will lay off many employees.
ฉันได้ข่าวมาว่าบริษัทจะปลดลูกจ้างออกเป็นจำนวนมาก
B: Tell me about it.
เออ รู้แล้วน่า (ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคือง)
หากเพื่อนเราพูดด้วยเสียงขุ่นๆ หน้าตาไม่ยิ้มแย้มก็แสดงว่า มันแปลว่า รุ้แล้วน่า เป็นแน่
ทางที่ดี ควรรีบเปลี่ยนเรื่องคุยได้แล้วนะ
Be seeing you ไว้เจอกัน
อันนี้ย่อมาจาก I'll be seeing you. ก็เหมือนกันกับที่คนไทยชอบพูดกันว่า มหาลัย แทน มหาวิทยาลัย นั่นแหละ
(It's) a piece of cake ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
สิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย ไม่ต้องออกแรงมากนัก เรามักจะพูดว่า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เลยใช่มั๊ยหล่ะ
สั้นอีกหน่อยก็ เรื่องกล้วยๆ ทันสมัยอีกนิด ก็ เรื่องจิ๊บจ๊อย
คาดว่า น่าจะมีความหมายคล้าย เรื่องขี้ผง ที่เขียนไว้แล้วใน entry เมื่อกี้
ในภาษาอังกฤษก็มีการเปรียบเทียบความง่ายของการกระทำว่า
ง่ายเหมือนกินขนมเค้ก
คงเป็นเพราะ ไม่ต้องออกแรงเคี้ยว เหมือนขนมอื่นๆ เวลากินก็ไม่ต้องยุ่งยากอีก
แต่ห้ามเหมารวมไปถึงการทำขนมเค้กนะ เพราะมันไม่ได้ง่ายหรือสะดวกรวดเร็วไปเหมือนตอนกินซักนิด
Bless you ขอให้หายเร็วๆ
ตามธรรมเนียมอเมริกันแล้ว เมื่อจามเสร็จผู้จามจะต้องกล่าวขอโทษด้วย Excuse me. หรือ Sorry.
ส่วนผู้ที่อยู่ด้วยก็จะพูดว่า Bless you. ย่อมาจาก May God bless you.
แปลตรงตัวได้ว่า ขอให้คุณพระคุ้มครอง ให้หายจากอาการไม่สบายเร็วส์ๆ สาเหตุนี้เกิดจากความเชื่อที่ว่า การจามนั้นเป็นอาการของผู้ที่ไม่สบายหรือกำลังจะไม่สบาย
Bless you. ก็เลยแปลได้ว่า ขอให้หายเร็วๆนะ
หรือ ผู้ที่อยู่กับผู้จาม อาจจะชิงพูด Bless you. ก่อนก็ได้หากผู้จามตั้งท่าจะจาม
แถมให้อีกนิด
บางครั้งอาจจะใช้คำภาษาเยอรมันก็ได้ เช่น Gesundheit (เกอซุนด์ไฮท์) เพื่อความเท่ห์เก๋ไก๋อีกนิด
แต่ไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะตอบขอบคุณไปว่า Danke. (ดังเก้) เดี่ยวจะมีคนเข้าใจผิดว่าคุณเป็นหวัดเยอรมันไปเสียแล้ว เดี๋ยวคนอื่นเค้าไม่เข้าใกล้นะ
แค่ตอบออกไปว่า Thank you. ก็พอแล้วจ้า
Give me a break! ให้โอกาสหน่อยสิ ขอทีเถอะ
เวลาจะอ้อนวอนขอโอกาส เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ส่วนมากจะพูดว่า ให้โอกาสบ้างสิ , ขอโอกาสอีกสักครั้งเถอะนะ
ตรงกับภาษาอังกฤษที่ว่า
Give me a chance. หรือ Give me a break!
ในอีกกรณีนึง เมื่อมีคนทำให้เรารำคาญใจ อยากจะให้หยุดการกระทำนั้นซะ อาจจะพูดว่า
ขอทีเถอะ หรือ ไปให้พ้นๆหน่อย หรือ อย่ามากวนใจฉันนะ
ในสถาณการณ์นี้ก็ใช้ Give me a break! ในอีกความหมายหนึ่งได้เช่นกัน
Miller time! ได้เวลาพักแล้ว เย้!
Miller เป็นยี่ห้อเบียร์ของบริษัท Johnny Miller ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทนี้ได้โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตน ในลักษณะที่ว่า หลังจากการทำงานหนักของบรรดาผู้ชายในภาพยนต์โฆษณาก็พากันมาดื่มเบียร์ Miller เย็นๆ เพื่อดับกระหายและเป็นการพักผ่อนด้วยไปในตัว โดยมีเสียงพูดแทรกขึ้นมาว่า
It's Miller time.
โฆษณานี้ได้รับความนิยมมากมาย เพราะดูจากยอดจำหน่ายเบียร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และหลังจากนั้นมาไม่นาน
It's Miller time. ก็กลายเป็นคำพูดติดปากของอเมริกันชนทั่วไปซะแล้ว
มีความหมายว่า ได้เวลาพักแล้ว
นานเข้า คำนี้ก็หดสั้นลงเหลือแค่ Miller time! เฉยๆ แต่ก็ยังคงความหมายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
Gaby: Miller time!
Kickapu: Great! I'm so tired. I need to get some sleep.
ว่าแล้ว เมื่อถึงเวลาพัก เราก็ขอไปพักก่อนแล้วกันนะ
เหอๆ
ปิดท้ายด้วยการเกริ่นนำเพลงที่จะนำมาแปลและเรียน Grammar ใน entry ต่อไปละกัน



miller time นี่เพิ่งรู้เลยครับ ไม่เคยได้ยินมาก่อน
#1 By
มาสเตอร์แชมป์ on 2007-10-16 18:24