Simile & Metaphor

posted on 02 Dec 2012 17:31 by kickapu in Songs directory Knowledge
 
Everything at Once : Lenka
 
 
 
as ...  as ... as ...  แอ๊ส แอ๊ส แอ๊ส  (ได้ยินคำว่า as ทั้งเพลงเลย อะไรกันนักหนา)
 
 
"All in this song is about Metaphor."  มีแต่การเปรียบ เปรียบ นะเพลงนี้
 
 
สวัสดีก๊าฟ ทักทายกันแบบ Grammarman กลับมาด้วยอะไรที่ชิวๆ เรียนรู้ภาษาอังกฤษกันแบบง่ายๆ ไม่อยากอะไรหนักหนา รับรองอ่านแล้วชิวๆ มาอ่านกันเถอะ
 
หลังจากที่ฟังเพลงนี้ไปแล้ว เพราะมั๊ยคะ เราจะได้อะไรจากเพลงนี้กันนะ ทั้งความเพราะสนุกสนานยังไม่พอ แต่เรายังได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็น 2 อย่าง ในภาษาอังกฤษอีกด้วยนะ
 
นั่นก็คือ
 
การเอาเปรียบ  เอ๊ะ ไม่ดีม๊าง
 
การเอาเปรียบมีอยู่ 2 แบบ นั่นก็คือ การเอาเปรียบเหมือน (Simile) และการเอาเปรียบเป็น (Metaphor)
 
อย่าเชื่อกันนะ จนกว่าจะได้รู้ความจริง Grammarman เตือนแล้วนะคะว่าอย่าเชื่อ มันเป็นมุุขค่ะมันเป็นมุข
 
แบบที่ 1 Metaphor
 
มาดูประโยคแรกของเพลงนี้ กันก่อนเลย
 
"As sly as a fox, as strong as an ox"  เจ้าเล่ห์ยังกะหมาป่า แข็งแรงอย่างกับ วัว
 
เอ๊ะ วัวมันแข็งแรงมากหรอคะ ไม่จริงอ่ะ
 
as ก็คือ การเปรียบเป็นค่ะ เปรียบว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งนี้ เป็นได้อย่างนั้นอย่างนี้ เป็นจริงๆ การเปรียบเทียบแบบนี้เรียกว่า "Metaphor"
 
as ... as .... ลองหาคำมาเติมในช่องว่างสิคะ ว่าเราจะเปรียบอะไรเป็นอะไรได้บ้าง ไม่ยากเลยใช่มั๊ย
 
ยกตัวอย่างนิดๆจากในเพลงนะ
 
as sly as a fox แปลว่า เจ้าเล่ห์อย่างกับหมาป่ะ  ตีความได้ว่า ผู้พูดต้องการจะสือว่า มีสิ่งหนึ่งเจ้าเล่ห์มากๆๆๆ เจ้าเล่ห์แบบไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบ แต่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า มีอย่างหนึ่งที่เจ้าเล่ห์เหมือนกันแล้วแทนกันได้ นั่นก็คือ หมาป่า เจ้าเล่ห์เป็นหมาป่าไปซะเลย
 
ลองฟังทั้งเพลงและหัดแปลไปด้วยจะสนุกมากเลยนะคะ เย้ๆๆๆ
 
ของแถมละกัน ชอบมากกับท่อนฮุกของเพลงนี้
 
"All I wanna be is everything at once." ทุกอย่างที่ฉันอยากเป็นก็คือ เป็นได้ทุกอย่างในเวลาเดียว
 
เจ๋งจริงๆ
 
แบบที่ 2 ก็คือ การเปรียบเหมือนค่ะ (simile) ไม่ใช่การเอาเปรียบนะเออ
 
simile จะต่างกับ metaphor นิดหน่อย
 
metaphor คือ เท่ากับ หรือ เป็น
 
ส่วน simile ก็คือ คล้าย เหมือน ว่าง่ายๆ อีกนิดเดียวก็จะเป็นแล้วแต่ไม่เป็นอ่ะ ยังไงก็เป็นไม่ได้
 
ใช้คำว่า like
 
ต้องมาฟังเพลงนี้กัน
 
Someone Like You :  Adele
 
 
 
 
ขอเน้นประโยคที่ว่า
 
Never mind, I'll find someone like you.  ไม่เป็นไร ชั้นจะหาคนใหม่ให้ได้อย่างเธอ
 
 
ถามว่า Adele จะหาคนใหม่ที่เหมือนคนเก่าได้ 100 % เลยไหม คำตอบคือ ไม่มีทางได้เหมือนกันเป๊ะๆหรอก เพราะมันคนละคนกัน อย่างมากเจ๋งสุดก็แค่คล้าย ก็แค่เหมือน โอ้ย เหนื่อยใจแทน แล้วเธอจะหาได้จากที่ไหนหล่ะเนี่ย เพลงก็ยิ่งเศร้าๆๆ
 
****** อ่าว จบแล้ว แว้ว แว้ว อยากอ่านต่อ******* แล้วเจอกันใหม่บทความหน้านะจ๊ะ บ๊ะบุย
 
 
"Last but not least" สุดท้าย ท้ายสุดแต่ก็สำคัญ
 
เมื่อเราได้เรียนรู้การใช้ as กับ like ไปแล้ว เราลองมาหาอะไรทำสนุกๆดีกว่า
 
Grammarman มีตัวอย่างประโยคมาให้ ท่านผู้อ่านลองเดาๆดูนะคะว่าจะเติม as หรือ like ในช่องว่างดี
 
It seems ... everyone is hurry. ดูเหมือนว่า ทุกคนกำลังรีบ
 
Something ... that. อะไรทำนองนั้นแหล่ะ
 
This couple is  sweet ... a sugar คู่นี้เค้าหวานกันเหมือนน้ำตาลเลย
 
He is  strong ... a hourse เขาแข็งแรงยังกะม้าแหน่ะ
 
I'm busy ... a bee now ช่วงนี้ชั้นยุ่งเหมือนผึ้งเลย (ยุ่งมากก็บินแบบผึ้งเลยสิจ๊ะ)
 
He looks ... a model. เขาเหมือนนายแบบ
 
เติมอะไรดีน๊า
 
คำตอบอยู่ที่ไหน ลองตอบกันดูนะคะ ^^ แอบเอาเนื้อร้องของเพลง Everything at Once มาถามด้วยนะเออ ได้คำตอบกันไปตั้ง 2 ข้อแล้วนะคะ
 
ขอคำตอบที่ comment ด้านล่างค่ะ รับรองตอบถูกกันแน่นอน ขอให้สนุกนะคะ
 
See you next time. แล้วเจอกันครั้งต่อไปค่ะ บ๊ะบุย
 
 
 

Kinds of Sentences #1

posted on 09 Jun 2012 20:00 by kickapu in Grammar directory Knowledge
สวัสดีค่ะ ทักทายกันแบบ Grammarman ฮิฮิ >o< หายไปไหนตั้งนาน คิดถึงเค้าอ่ะดี๊....
 

เนื่องจากมี Fan page Grammarman มนุษย์แกรมม่า ท่านหนึ่งอยากให้ช่วยอธิบายเรื่อง ชนิดของประโยค
แกรมม่าแมนเห็นว่า น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับแฟนๆท่านอื่นด้วยแน่นอน เลยขออัพเดทกันตรงนี้ซะเลย
 
Grammarman เข้าใจหัวใจของผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองดีค่ะ ปัญหาในการใช้เยอะแยะมากมาย งงนั่นงงนี้ งงไปงงมา แล้วตอนไหนจะพูดได้ซะทีเนี่ย
 
 
ไม่เป็นไรค่ะ entry นี้ จะช่วยแฟนๆของ Grammarman ได้ทุกคน
 
โดยเฉพาะเรื่อง การแยกแยะชนิดของประโยค แบบไหนอย่างง่าย แบบไหนความรวม แบบไหนซับซ้อน แล้วแบบไหนนะทั้งรวมทั้งซ้อน วุ่นวายไปหมด ปวดหมองๆๆ 
 
 โอ้ยๆๆ
 
เฮ้อ จะทำไงดี เรื่องแบบนี้ใครๆก็สอนได้ แต่จะทำยังไงให้เข้าใจและแตกต่างจากวิธีทั่วไป อ่านแล้วต้องอึ้ง อ่านแล้วติดใจ อ่านแล้วอยากแนะนำให้คนอื่นอ่านต่อ
 
ต้องนี่เลย แต่นแตนแต๊น.......
 
Kinds of Sentences แบบง่ายๆของ Grammarman \(^o^)/
 
Grammarman ขอแบ่งเป็นสองตอน
 
ตอนที่ 1 ขอแค่ 2 แบบก่อน คือ  Simple ความเดียว และ  Compound ความรวม
 
ทีละนิดๆ
 
เริ่มจากชนิดแรก ประโยคอย่างง่าย มีนามว่า

Simple Sentence  ชื่อเขาก็บอกแล้วว่า simple คืออะไรที่ง่ายๆ simple simple ไม่ซับซ้อน ไม่เยอะพูดง่ายๆ หลักๆ จะมีใจความเดียวไม่เรื่องมาก

 

มาดูจากประโยคแรกกัน

I enjoy playing tennis with my friends every weekend.

(ประโยคนี้บอกว่า ฉันชอบเล่นเทนนิสกับเพื่อนๆทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ มีประธานและกริยาอย่างละตัว ง่ายๆ)

 

I enjoy playing tennis and look forward to it every weekend.

(ส่วนประโยคนี้เพิ่มเนื้อความมาอีกหน่อย บอกว่า "ฉันชอบเล่นเทนนิสและตั้งตารอเพื่อจะได้เล่นมันในวันหยุด"เอ๊ะ สังเกตุไหมคะ กริยาเพิ่มมาอีกตัว ประโยคนี้ก็ยังง่ายๆอยู่ ไม่ซับซ้อน ประธานตัว กริยาสอง โอ้ ง่ายๆๆ)

My friends and I play tennis and go bowling every weekend.

(ลองแปลประโยคนี้เล่นๆ ชิวๆ แปลว่าอะไรดีน๊า "ฉันและเพื่อนๆเล่นเทนนิสและไปโยนโบว์ทุกเสาร์อาทิตย์" อุ๊อิ๊ๆๆ ให้เวลา 30่ วิ ว่าประโยคนี้มีอะไรเพิ่มมาเอ่ย เก่งมากค่ะ มีประธานเพิ่มมาอีกตัว กลายเป็น ประธานสอง กริยาสอง แบบนี้ก็ยังถือว่าง่ายอยู่ ชิวๆๆ เนอะ)

 

นี่แหล่ะค่ะเรียกว่าประโยค simple ง่ายๆสบายๆไม่ยุ่งยาก ไม่เรื่องมาก ใครๆก็แต่งได้ ยกตำแหน่งนี้ให้น้องเบบี๋ไปเลย

สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ีนี่ จิ้มๆๆ >>> ประโยคความเดียว

 

ผ่านเรื่องง่ายมาแล้ว เรามาดูอะไรที่ยากขึ้นมั๊ยคะ แต่สำหรับ Grammarman ไม่ยากอย่างที่คิด

 

แบบที่ 2 เรื่องสุดท้ายของ entry นี้

Compound Sentence ขอแนะนำว่านี่คือประโยคความรวม สังเกตุง่ายๆ 

Compound = simple + simple (รวม = ง่าย+ง่าย

                                              นี่มันคือสูตรอะไรนี่ แง่ง แง่ง ... 

 

คำเตื่อน ก่อนที่ท่านจะอ่านบรรทัดต่อไป อยากหยุดเวลาไว้สักนิด Grammarman ขอเวลานอก 10 นาที โปรดใช้เม้าท์จิ้มๆๆ ตรงนี้ เพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น 200 เท่า จิ้มเลย

จิ้มๆๆ >>> ประโยคความรวมตอนที่ 1

        >>> ประโยคความรวมตอนที่ 2

        >>> ประโยคความรวมตอนที่ 3

ขอบคุณที่เข้้้้้าไปอ่านค่ะ ตอนนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว เข้าใจกันหมดแล้วช่ายเปล่า เย้ๆๆ เจ๋งจริงๆเนอะ 

ยังไม่ได้สอนอะไรเลย เข้าใจกันหมดซะแล้ว ฮ่าๆๆ

 

อ่ะ ขอพูดต่อเพื่อทบทวนกันอีกซักหน่อย เพื่อแฟนๆจะได้เชี่ยวชาญอย่างแม่นยำ

I enjoy tennis, but I hate golf.

("ฉันชอบเล่นเทนนิส แต่ฉันเกลียดกอล์ฟ" ท่านผู้อ่านค่ะ ประโยคนี้เป็น compound หรือ simple คะ? มาดูกันซิว่า เราเห็นอะไร ใช่แล้ว เราเห็น Fanboys เชื่อมประโยค ถามต่ออีกหน่อย ถ้าเราเห็น Fanboys เชื่อมประโยคแล้ว เราต้องเห็นอะไรด้วยเสมอคะ ถูกต้องค่ะ เราจะเห็น Comma ด้วยเสมอ ย้ำ ถ้าเชื่อมประโยคกับประโยค สรุปแล้ว แน่นอนประโยคนี้เป็น compound ชัวร์ กรี๊ดดดดดดดดดด เอาไปเลย 1 แสนคะแนน)

 

I enjoy tennis; however, I hate golf.

("ฉันชอบเทนนิส แต่ฉันเกลียดกอล์ฟ" ประโยคนี้ก็เหมือนกัน คล้ายกับประโยคเมื่อกี้ ต่างกันตรงที่ เชื่อมด้วย คอนจัง (Conjunctive Adverb) แบบนี้ก็ให้เป็น compound ไปเลย เย้ๆๆๆ เอาไปเลยอีก 2 แสนแต้ม กรี๊ดดดดดดดดดด \(^o^)/ )

 

I enjoy tennis; I hate golf.

("ฉันชอบเทนนิส แต่ฉันเกลียดกอล์ฟ" คราวนี้พี่ semi colon แอบมาเดินควง จำได้ไหมคะว่า ถ้า semi colon โผล่มาเชื่อมประโยค แสดงว่าเป็น ..... ซับซ้อน ................... อ๋อย ยังไม่ถึง  แสดงว่าเป็น compound อยู่ค่ะ อย่าใจร้อนๆๆๆ)

ซับซ้อนไว้ต่อ entry หน้าค่ะ ตื่นเต้นมั๊ยคะ อยากอ่านเร็วๆมั๊ยคะ ขอเสียงหน่อยค่ะ กรี๊ดๆๆๆ  ช่วยกันสร้าง เรตติ้ง อิฮิ

สรุปแล้ว ถ้าเจอ Fanboys , Conjunctive Adverbs หรือ คอนจัง, และ Semicolon เชื่อมประโยค ให้เรารู้อัตโนมัติว่า นี่คือ Compound Sentence (ประโยคความรวม)


 

พบกันใหม่ กับ Kinds of Sentences ตอนที่ 2 : Complex Sentence ประโยคความซ้อน และสุดท้าย Compound-complex Sentece ประโยครวมๆซ้อนๆ ว่าจะยากสักแค่ไหน ในรูปแบบของ Grammarman มนุษย์แกรมม่า เร็วๆนี้ค่ะ บ๊ายบาย


 


Keep following Your Dreams

posted on 02 Jun 2012 18:52 by kickapu in Kickapu
Before I forget this memory, I'd like to post this conversation. Not just to show that i'm excellent but to remind me myself and some of you guys to keep following your dream.

(Rough Conversation)

Me: Good afternoon Mr. Alan. I've seen that you will be checked out tomorrow, won't you?
Mr. Alan (a Hotel Guest): Yes, we will be leaving tomorrow.
Me: So sad. I saw you here (the club lounge) almost every day. I'm really happy to see you. I wish you were here any longer.
Mr. Alan: Yes. The time's gone by very quickly. Oh, we plan to come back in November. So, what's your name?
Me: I'm Pattanant. Oh, i'm not sure whether I'll be here. I plan to work here for 6 months. After that, I'll follow my dream.
Mr. Alan: So, what's your dream? What would you like to be?
Me: Interpreter.
Mr. Alan: What's kind of interpreter.
Me: English-thai and vice versa, sir.
Mr. Alan: You said that you would like to be an interpreter, but why do you work here?
Me: I just want to practice and gain more experiences here and to challenge my ability.
Mr. Alan: yes, your english is really good. You can be an interpreter for sure. In the next six month hope to see you again. if not it means you won't be here already.
Me: I hope you enjoyed your stay with us. have a safe flight. ^^
Mr. Alan: Good bye. ^^
 

Present Subjunctive

posted on 25 Jan 2012 23:43 by kickapu in Grammar directory Knowledge
Subjunctive คืออะไรหนอ
 
Subjunctive คือ ประโยคที่แสดง  Wish         ความปรารถนา
                                                Possibility  ความเป็นไปได้
                                                Condition   เงื่อนไขสมมติ
                                       และ   Doubt       ความสงสัย ไม่แน่ใจ
 
อันที่จริงแล้ว Subjunctive นั้น มีอยู่ 3 ประเภทนะเออ ได้แก่
          1. Present Subjunctive
          2. Past Subjunctive
          3. Past Perfect Subjunctive
 
แต่วันนี้เรามามาดง่าย ขอแค่ Present Subjunctive ก็นอนหลับฝันดีแท้ เกินคุ้มค่ะ แล้วตอนต่อไปค่อยมาต่ออีก 2 ประเภทที่เหลือ มันค่ะงานหน้า ฮิฮิ
 
 
ว่าด้วย Present Subjunctive ชื่อน่ะเป็น Present ก็จริงค่ะ แต่ความหมายไม่เกี่ยวนา ต้องลองดูถึงจะรู้
 
มีหลักการง่ายๆ
 
เราต้องรู้จัก กุญแจสำคัญ ก่อน นั่นคือ
 
กริยาเหล่านี้ 
 
ask that   ขอร้องว่า
urge that  กระตุ้น เตือนว่า
order that  สั่งว่า
prefer that  เห็นสมควรว่า
insist that  ยืนกรานว่า
advise that  แนะนำว่า
suggest that  แนะนำว่า
recommend that  แนะนำว่า
require that  ขอร้องว่า
request that  ขอร้องว่า
decide that ติดสินใจว่า
 
กฏ กริยาใดตามหลัง v. พวกนี้ ต้องเป็น v. infinitive (v. ช่อง 1 ไม่ผัน ไม่เติม s ไม่เติม ed)
ส่วน v.to be ให้ใช้ be อย่างเดียวเท่านั้น is am are was were ห้ามโผ่มาเชียว
 
 
มาดูซะหน่อยกะตัวอย่าง
 
The teacher suggested that everybody read this book.
คุณครูแนะนำให้ทุกคนอ่านหนังสือเล่มนี้
 
 
( keyword ประโยคนี้อยู่ตรงที่ suggested that แปลว่า แนะนำว่า แล้วกริยาที่ตามมาคือ read เอ๊ะเอ๊ะ everybody เป็นเอกพจน์หนิ ทำไมกริยาไม่เติม s หว่า อ่อ มีเหตุผลๆ แต่อย่าลืมนะว่า ตอนนี้เราอยู่เรื่อง Present Subjunctive ให้จำไว้เสมอว่า ไม่ว่าประธานจะเป็นอะไรก็ช่างฉันไม่สน ถ้าเจอ keywords พวกนี้ปุ๊ป ฉันจะใช่ v.infinitive อย่างเดียว ดังนั้น everybody read this book จึงถูกต้องแล้ว)
 
เทคนิค ทดคำว่า should ไว้ในใจ
(ภาษาพูด = The teacher suggest that everybody should read this book.)
 
I suggested that he be punctual.
ฉันแนะนำว่าเขาควรตรงต่อเวลา
 
(keyword คือ suggested that กริยาที่ตามมาต้องเป็น v.infinitive ในประโยคนี้ให้ v.to be มา อย่าลืมนะว่า is am are was were ใช้ไม่ได้ใน Present Subjunctive นะจ๊ะ ดังนั้นประโยคนี้ ... he be punctual จึงถูกต้องแล้ว อย่าเผลอเป็น ...he is punctual น๊า)
 
ถ้ากลัวจำไม่ได้ มองภาพไม่ออก แนะนำให้ทด should ไว้หน้า v.
I suggested that he should be punctual. (ภาษาพูดนะ)
 
เออ เข้าท่าแฮะ
 
มาดูตัวอย่างทีเหลืออีกนิด
 
The doctor advised that she take a rest.
หมอแนะนำว่าเธอควรพักผ่อน
 
I suggested that she not go there alone.
ฉันแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นคนเดียว
(ถ้าไม่ควรก็แค่เติม not ไว้ข้างหน้า v. เลย ง่ายนิดเดียวจริงไหม)
 
The doctor recommended that I take this medicine.
คุณหมอแนะนำว่าฉันควรทานยาชนิดนี้
(should take ภาษาพูด)
 
My father suggested that I not be lazy.
พ่อฉันแนะนำว่าฉันไม่ควรขี้เกียจ
(should not be lazy ภาษาพูด)
 
ง่ายจริงๆๆเนอะ
 
มาดูเพิ่มอีกนิด อย่าพึ่งไปไหน ถ้าไปตอนนี้นะ เสียดายแย่เลย
 
ใช้ v. infinitive  ตามหลัง  It + be + adj. + that
 
เมื่อ adj. กลุ่มนั้นคือ  necessary / essential จำเป็น
                              important สำคัญ
                             advisable เป็นที่แนะนำ
                             proper  สมควรที่
                             strange เป็นเรื่องแปลกที่
 
ใช้เหมือนกันกับแบบแรก แท่น แทน แท๊นนนนนนนนนนนนนน....
 
It is essential that we have food every day. จำเป็นที่เราควรจะรับประทานอาหารทุกวัน
It is advisable that she do exercise ever day. เป็นการแนะนำที่เธอควรออกกำลังกายทุกวัน
It is strange that he remember my word.  เป็นเรื่องแปลกที่เขาจำคำพูดของผมได้
ประโยคนี้โดนสุดๆ
It is important that we study English every day.  เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน
 
แฮ่ๆๆ
 
สุดท้าย อันนี้แถมๆ แต่ไม่เกี่ยว ตามด้วย to infinitive ค่ะ
       
        It + be + adj. + to infinitive
 
It is important to follow the rules. เป็นเรื่องสำคัญที่ควรปฏิบัติตามกฏ
 
ประโยคเด็ด
It is very necessary for me to study English. จำเป็นสำหรับฉันอย่างมากที่จะต้องเรียนภาษาอังกฤษ
 
แฮ่ๆๆ โดนใจมั๊ยคะกับประโยคเด็ด ฮิฮิ
 
นับจากนี้ไป ลองหันมาใช้ Present Subjunctive กันดูสิคะ แค่คุม verb ตัวเดียว (v.infinitive)ก็กลายเป็นเซียนกันเบาๆ
 
บ๊ายบายก๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ